เคล็ดลับการดูแลผิวให้ชะลอวัย

ริ้วรอยเป็นสัญญาณแห่งวัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถชะลอการเกิดริ้วรอยได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลผิวอย่างเหมาะสม เคล็ดลับการดูแลผิวชะลอวัยมีดังนี้

  • ปกป้องผิวจากแสงแดด แสงแดดเป็นสาเหตุหลักของริ้วรอยก่อนวัย รังสียูวีจากแสงแดดสามารถทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอยและจุดด่างดำได้ ดังนั้นจึงควรทาครีมกันแดดที่มี SPF 30 ขึ้นไปเป็นประจำทุกวัน แม้จะอยู่แต่ในบ้านก็ตาม
  • เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ผิวที่ขาดความชุ่มชื้นจะแห้งกร้าน เกิดริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว และทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์เป็นประจำทุกวัน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิว สารอาหารบางชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี สังกะสี และกรดไขมันโอเมก้า 3 มีส่วนช่วยในการต่อต้านริ้วรอย ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารเหล่านี้ เช่น ผักผลไม้ ปลา ถั่วเมล็ดแห้ง และธัญพืชไม่ขัดสี
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมที่ช่วยต่อต้านริ้วรอย ซึ่งมีอยู่มากมาย ส่วนผสมแต่ละชนิดมีกลไกการทำงานที่แตกต่างกันไป ดังนี้
    • เรตินอล Retinol เป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอ มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยชะลอการสูญเสียความยืดหยุ่นของผิว ทำให้ผิวดูกระชับเต่งตึง ลดเลือนริ้วรอย ร่องลึก และจุดด่างดำ
    • กรดไฮยาลูโรนิก Hyaluronic เป็นสารที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวดูอิ่มฟู เรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอยร่องลึก
    • วิตามินซี Vitamin C เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายจากแสงแดด มลภาวะ และปัจจัยอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดริ้วรอย
    • วิตามินอี Vitamin E เป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติคล้ายกับวิตามินซี ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด มลภาวะ และปัจจัยอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดริ้วรอย
    • เซราไมด์ Ceramide เป็นสารที่พบตามธรรมชาติในชั้นผิว ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว และทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิวจากสิ่งต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย
    • โคเอนไซม์ Q10 เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบตามธรรมชาติในร่างกาย ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด มลภาวะ และปัจจัยอื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดริ้วรอย
    • กรดอัลฟ่าไฮดรอกซี (AHA) เป็นกรดผลไม้ชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ทำให้ผิวดูกระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย
    • กรดเบต้าไฮดรอกซี (BHA) เป็นกรดผลไม้อีกชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติในการละลายน้ำมันและไขมันที่อุดตันรูขุมขน ทำให้รูขุมขนกระชับ ลดเลือนริ้วรอย

นอกจากส่วนผสมเหล่านี้แล้ว ยังมีส่วนผสมอื่นๆ ที่อาจช่วยต่อต้านริ้วรอยได้ เช่น สารสกัดจากธรรมชาติ เช่น สารสกัดจากดอกคาโมมายล์ สารสกัดจากใบบัวบก สารสกัดจากเมล็ดองุ่น เป็นต้น

การเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมที่ช่วยต่อต้านริ้วรอย ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ควรเริ่มต้นใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่อ่อนโยนก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณหรือความเข้มข้นของส่วนผสมขึ้นตามลำดับ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการระคายเคือง

Similar Posts

  • วิตามินซีประโยชน์ต่อผิวอย่างไร?

    รู้ไหมว่ามี ประโยชน์จากวิตามินซี อยู่มากมาย เราคงได้ยินเรื่องวิตามินซีดีต่อสุขภาพร่างกายของเรา ห่างไกลจากไข้หวัด แล้ววิตามินซีกับผิวเราล่ะ มันจะให้ประโยชน์กับผิวเราอย่างไรบ้าง 1. เสริมสร้างคอลลาเจน ต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย วิตามินซีช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ด้วย ก็เพราะว่าวิตามินซีเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ผิวเราผลิตคอลลาเจนออกมาได้เยอะขึ้นค่ะ พอผิวเรามีคอลลาเจนเพิ่มมากขึ้น ก็จะแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอยไปด้วย ถ้าหากเราอยากให้ผิวผลิตคอลลาเจนออกมาได้เรื่อยๆ อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับผิว ก็ควรจะเน้นทานอาหารที่มีวิตามินซี 2.เพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว วิตามินซีไม่ได้แค่ลดปัญหาเรื่องริ้วรอยเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับผิวที่หมองคล้ำ ให้กระจ่างใสขึ้นได้ด้วยค่ะ ใครที่กำลังประสบปัญหาหน้าหมองล่ะก็ แนะนำว่าให้พุ่งเข้าหาวิตามินซีเลย เหตุผลที่วิตามินซีช่วยให้ผิวเรากระจ่างใสขึ้นได้ก็เพราะว่า วิตามินซีสามารถลดการผลิตเม็ดสีเมลานินในชั้นผิวของเราได้ และยังมีส่วนกระตุ้นให้กลูต้าไธโอนและวิตามินอีผลิตขึ้นเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผิวเราดูสุขภาพดี มีความกระจ่างใสขึ้น 3.ลดเลือนจุดด่างดำ รอยสิว ใครที่กำลังเจอปัญหารอยแดง รอยดำ หรือพวกจุดด่างดำบนผิวหน้า ที่ไม่รู้จะจัดการยังไงให้มันหายไปสักที แนะนำว่าให้หันมาทาและทานวิตามินซีจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ค่ะ เพราะจากที่บอกไปว่า วิตามินซีมีความสามารถในการเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว ในขณะเดียวกันมันก็ช่วยลดเลือนบริเวณผิวที่รอยดำ หรือส่วนที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ ให้ขาวกระจ่างใสเท่ากันได้อีกด้วย 4.ปกป้องและฟื้นฟูผิวจากแสงแดด ประโยชน์ของวิตามินซีที่มีต่อผิวยังไม่หมด รู้ไหมว่า วิตามินซียังต่อสู้กับรังสี UVB ที่เข้ามาทำร้ายผิวเราได้ด้วย เพราะว่าวิตามินซีเป็น antioxidant สามารถยับยั้งสารอนุมูลอิสระต่างๆ ได้ อย่างเช่น แสงแดด แต่เราก็ไม่ได้หมายความว่า แค่ทาและทานวิตามินซีก็ปลอดภัยจากแสงแดดได้แล้วนะคะ เพียงแค่ว่ามันเป็นวิตามินตัวหนึ่งที่มีความสามารถในการป้องกันและฟื้นฟูผิวจากแสงแดดได้ แต่ก็ไม่ใช่…

  • น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) ดีอย่างไร?

    น้ำมันหอมระเหย (Essential oil) คือน้ำมันที่เป็นผลจากการสกัดมาจากพืชสมุนไพร ดอกไม้ ผลไม้นานาชนิด อาจสกัดมาจาก ดอก ใบ ผล ก้าน เปลือก ส่วนไหนของพืชก็ได้ วิธีที่นิยมคือการสกัดโดยใช้วิธีการกลั่นด้วยไอน้ำ และการใช้สารเคมีเป็นตัวช่วยกลั่นแยกสารที่เป็นน้ำมันหอมระเหยที่แท้จริงออกมา เป็นสารสกัดที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของพืชนั้นๆ มักนิยมใช้ในการดูแลสุขภาพและสกินแคร์ แต่ก็มีข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาดังนี้: ข้อดีของ Essential Oil: ข้อเสียของ Essential Oil: การใช้น้ำมันหอมระเหยควรพิจารณาอย่างรอบคอบ และทดลองการใช้ในพื้นที่เล็กน้อยก่อนการนำมาใช้ทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหรืออาการแพ้บนผิวหนังของคุณ. กระบวนการการทำงานของน้ำมันหอมระเหย น้ำมันหอมระเหยสารมารถออกฤทธิ์ผ่านการซึมเข้าผิวหนัง ผ่านเข้าไปทำปฎิกิริยาทางเคมีกับฮอร์โมน หรือเอนไซม์ต่างๆ ในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการความรู้สึกนึกคิด ออกฤทธิ์ผ่านการสูดดมไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเคมีออกมา เช่น น้ำมันหอมระเหยกลิ่นแคลรีเซจ และกลิ่นเกรพฟรุต จะช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารสื่อประสาทกลุ่มเรียกว่า Enkephalins, Serotonin, Endorphins ออกมาช่วยลดความเจ็บปวดได้ ช่วยให้ผ่อนคลาย และสงบลงได้ เนื้อหาบางส่วน: เอกสารอ้างอิง –นันท์ชนก เปียแก้ว และคณะ (2558) ผลของการสูดดมน้ำมันลาเวนเดอร์ที่มีต่อการลดความเครียด และคลื่นสมองของหญิงวัยรุ่น, วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ;16(2)-ลลิตา วีระเสถียร (2541) การบำบัดด้วยความหอม….

  • การผลัดเซลล์ผิว มีประโยชน์อย่างไร?

    ไม่ว่าใครก็ต้องเคยขัดขี้ไคลที่เป็นส่วนเกินของร่างกายออก เมื่อขัดเสร็จแล้วก็จะรู้สึกได้ว่าผิวดูสดใส เนียนนุ่มกว่าเดิม ซึ่งการขัดขี้ไคลช่วยให้ร่างกายเผยเซลล์ผิวใหม่ที่ดูสวยเปล่งปลั่งกว่าออกมานั่นเอง ไปดูกันดีกว่าว่าการผลัดเซลล์ผิวมีประโยชน์อะไรบ้าง และถ้าร่างกายเรามีขี้ไคลสะสม จะสามารถเร่งการผลัดเซลล์ผิวได้อย่างไร กระบวนการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติ โดยทั่วไปแล้วระยะเวลาในการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติของคนเราอยู่ที่ 16-21 วัน โดยการผลัดเซลล์ผิวเกิดขึ้นที่ชั้นหนังกำพร้าที่เป็นผิวชั้นนอกสุด โดยเซลล์ที่หลุดออกมาเรียกว่า “สเตรตัม คลอเนียม” หรือที่เรียกกันว่า “ขี้ไคล” นั่นเอง สเตรตัม คลอเนียม จะยึดโยงกันอยู่ด้วย“คอร์นีโอโดสโมโซม” และเมื่อถึงกระบวนการผลัดเซลล์ ร่างกายจะผลิตเอนไซม์ออกมาทำลายคอร์นีโอโดสโมโซมทำให้ขี้ไคลหลุดออกมา แต่ในกรณีที่อายุมากขึ้น หรือสภาพแวดล้อมไม่ดี เช่น เจอฝุ่นควัน มลพิษ แสงแดด น้ำที่ชำระล้างผิวไม่สะอาด ก็จะทำให้คอร์นีโอโดสโมโซมถูกทำลายช้าลง เซลล์ที่ตายแล้วก็จะไม่หลุดลอกออกมา ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาผิวได้ ประโยชน์ของการผลัดเซลล์ผิว 1. ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น ดูสดใส เซลล์ผิวที่ถูกผลัดออกไปคือเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ซึ่งถ้าเซลล์ผิวไม่ถูกผลัดออกไป ก็จะมีความแห้งตึง ผิวหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยได้ง่ายอีกด้วย แต่ถ้าร่างกายผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก ก็จะเผยเซลล์ผิวใหม่ที่มีความนุ่มและชุ่มชื้นกว่า ทำให้ผิวดูสดใสและไม่หมองคล้ำด้วย 2. ลดการเกิดสิว เมื่อเซลล์ผิวที่ตายแล้วไม่ถูกผลัดออกไป ก็จะทำให้สิ่งสกปรกอุดตันตามรูขุมขนได้ง่าย เกิดปัญหาสิวตามมา แต่ถ้ามีการผลัดเซลล์ผิวก็จะช่วยลดการเกิดสิวได้ดี 3. ลดความมันบนใบหน้า ถ้าไม่มีการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว เซลล์ผิวที่ตายกับสิ่งสกปรกก็จะอุดตันง่าย รูขุมขนกว้างขึ้น นอกจากเกิดสิวแล้วยังทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น ก่อให้เกิดความมันบนใบหน้า…

  • เปล่งประกายผิวสวยด้วยน้ำมันโรสฮิป

    Glow up with Rosehip Oil– เพื่อผิวที่นุ่ม ชุ่มชื้น และดูมีออร่าธรรมชาติ ผิวสวยเปล่งปลั่งด้วยน้ำมันโรสฮิป – สมบัติจากธรรมชาติเพื่อผิวสุขภาพดี น้ำมันโรสฮิปสกัดเย็นจากเมล็ดของดอกกุหลาบป่า (ไม่ใช่จากกลีบดอก) ซึ่งส่วนใหญ่พบในเทือกเขาแอนดีส และบางพื้นที่ในแอฟริกาและยุโรป น้ำมันนี้อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อผิว จึงกลายเป็นหนึ่งในส่วนผสมโปรดของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจาก Natio ที่ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและดูมีชีวิตชีวา เพราะเหตุผลดีๆ แบบนี้: 🌟 วิตามินรวมเพื่อผิวสวย น้ำมันโรสฮิปมีทั้งวิตามิน A, C และ E ซึ่งล้วนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากมลภาวะ แสงแดด และปัจจัยทำร้ายผิวต่างๆ จากสิ่งแวดล้อม พร้อมลดการเกิดอนุมูลอิสระที่เร่งให้ผิวแก่เร็ว 💧 เติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก นอกจากวิตามิน E แล้ว น้ำมันโรสฮิปยังมีกรดไขมันจำเป็นโอเมก้า 3 และ 6 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาเกราะป้องกันผิว ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ยาวนาน ลดปัญหาผิวแห้งลอก ผิวจึงรู้สึกนุ่ม สบาย และดูอิ่มน้ำอยู่เสมอ ผลลัพธ์ที่คุณสัมผัสได้: ผิวสงบ นุ่ม ชุ่มชื้น ดูสุขภาพดี และเปล่งปลั่งแบบธรรมชาติ…

  • “กานพลู” สมุนไพรจิ๋วแต่แจ๋ว ดูแลครบทั้ง ปาก-ผม-ผิว

    กานพลู (Clove) ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องเทศในครัว แต่ยังเป็น “ขุมทรัพย์แห่งการบำรุง” เพราะมีสารสำคัญอย่าง ยูจีนอล (Eugenol) ที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและแก้อักเสบได้อย่างดีเยี่ยม มาดูกันว่าสมุนไพรชนิดนี้ช่วยดูแลร่างกายเราในด้านไหนบ้าง ดูแลช่องปาก: บอกลาปวดฟันและกลิ่นปาก กานพลูขึ้นชื่อว่าเป็น “หมอฟันประจำบ้าน” เพราะมีสรรพคุณโดดเด่นดังนี้: 2. ดูแลเส้นผม: ล็อคผมหนา ปราบรังแค หากคุณมีปัญหาหนังศีรษะ กานพลูคือตัวช่วยที่คาดไม่ถึง: 3. ดูแลผิวพรรณ: เคลียร์สิว ผิวกระจ่างใส ประโยชน์ต่อผิวพรรณที่สายบิวตี้ต้องรู้: ⚠️ ข้อควรระวังสำคัญ!เนื่องจากกานพลูมีฤทธิ์เผ็ดร้อน “ไม่ควรใช้น้ำมันกานพลูเข้มข้นสัมผัสผิวหรือเหงือกโดยตรง” เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือไหม้ได้ ควรเจือจางในน้ำก่อนใช้งานเสมอ

  • ดูแลผิว..ให้ห่างไกลสิว

    “สิว” อาจจะเป็นปัญหาที่ไม่อันตรายแต่ก็บ่อนทำลายความมั่นใจในตัวเองของใครหลายคน มีคนมากมายเชื่อว่าสิวเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น และจะหายไปเองเมื่อเราอายุมากขึ้น แต่ความจริงก็คือ แม้อายุปลายเลขสามก็ยังสามารถเกิดสิวได้ อย่ากังวลใจไป เพราะเราจะมาทำความเข้าใจกับสิวและวิธีการรักษาอย่างถูกต้อง สิว คือ ตุ่มเม็ดเล็ก ๆ มักเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า และตำแหน่งที่มีต่อมไขมันอยู่หนาแน่น (Seborrheic area) เช่น หน้าอก และ หลัง โดยเกิดขึ้นจากการที่ผิวหนังมีการสร้างไขมัน (Sebum) มากเกินพอดี ทำให้เกิดการอุดตันอยู่ที่บริเวณรูขุมขน เกิดเป็นหัวสิว (Comedone) ซึ่งสามารถอักเสบได้ง่ายหากมีตัวกระตุ้นเพิ่มเติม เช่น เชื้อแบคทีเรีย P.acne. ในรูขุมขน หรือการใช้เครื่องสำอางที่อุดตันรูขุมขน เราสามารถแบ่งประเภท สิวได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ 1. สิวอุดตัน เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน (Comedone) แบ่งเป็น 2 ชนิด1.1 สิวหัวปิด (Close comedones) จะเห็นเป็นตุ่มเล็ก ๆ หัวขาวๆ1.2 สิวหัวเปิด (Open comedones) หรือสิวหัวดำ 2.สิวอักเสบคือสิวที่หัวแดงอักเสบ (Inflame…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *