วิตามินซีประโยชน์ต่อผิวอย่างไร?

รู้ไหมว่ามี ประโยชน์จากวิตามินซี อยู่มากมาย เราคงได้ยินเรื่องวิตามินซีดีต่อสุขภาพร่างกายของเรา ห่างไกลจากไข้หวัด แล้ววิตามินซีกับผิวเราล่ะ มันจะให้ประโยชน์กับผิวเราอย่างไรบ้าง

1. เสริมสร้างคอลลาเจน ต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย

วิตามินซีช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ด้วย ก็เพราะว่าวิตามินซีเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ผิวเราผลิตคอลลาเจนออกมาได้เยอะขึ้นค่ะ พอผิวเรามีคอลลาเจนเพิ่มมากขึ้น ก็จะแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอยไปด้วย ถ้าหากเราอยากให้ผิวผลิตคอลลาเจนออกมาได้เรื่อยๆ อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับผิว ก็ควรจะเน้นทานอาหารที่มีวิตามินซี

2.เพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว

วิตามินซีไม่ได้แค่ลดปัญหาเรื่องริ้วรอยเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับผิวที่หมองคล้ำ ให้กระจ่างใสขึ้นได้ด้วยค่ะ ใครที่กำลังประสบปัญหาหน้าหมองล่ะก็ แนะนำว่าให้พุ่งเข้าหาวิตามินซีเลย เหตุผลที่วิตามินซีช่วยให้ผิวเรากระจ่างใสขึ้นได้ก็เพราะว่า วิตามินซีสามารถลดการผลิตเม็ดสีเมลานินในชั้นผิวของเราได้ และยังมีส่วนกระตุ้นให้กลูต้าไธโอนและวิตามินอีผลิตขึ้นเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผิวเราดูสุขภาพดี มีความกระจ่างใสขึ้น

3.ลดเลือนจุดด่างดำ รอยสิว

ใครที่กำลังเจอปัญหารอยแดง รอยดำ หรือพวกจุดด่างดำบนผิวหน้า ที่ไม่รู้จะจัดการยังไงให้มันหายไปสักที แนะนำว่าให้หันมาทาและทานวิตามินซีจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ค่ะ เพราะจากที่บอกไปว่า วิตามินซีมีความสามารถในการเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว ในขณะเดียวกันมันก็ช่วยลดเลือนบริเวณผิวที่รอยดำ หรือส่วนที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ ให้ขาวกระจ่างใสเท่ากันได้อีกด้วย

4.ปกป้องและฟื้นฟูผิวจากแสงแดด

ประโยชน์ของวิตามินซีที่มีต่อผิวยังไม่หมด รู้ไหมว่า วิตามินซียังต่อสู้กับรังสี UVB ที่เข้ามาทำร้ายผิวเราได้ด้วย เพราะว่าวิตามินซีเป็น antioxidant สามารถยับยั้งสารอนุมูลอิสระต่างๆ ได้ อย่างเช่น แสงแดด แต่เราก็ไม่ได้หมายความว่า แค่ทาและทานวิตามินซีก็ปลอดภัยจากแสงแดดได้แล้วนะคะ เพียงแค่ว่ามันเป็นวิตามินตัวหนึ่งที่มีความสามารถในการป้องกันและฟื้นฟูผิวจากแสงแดดได้ แต่ก็ไม่ใช่ 100% ในแต่ละวันเราควรทาครีมกันแดด และพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด จะช่วยปกป้องผิวได้ดีไปอีกขั้น

5.ช่วยสมานแผลบนผิวให้หายเร็วขึ้น

ประโยชน์ที่น่าทึ่งอีกข้อของวิตามินซีก็คือ มันช่วยสมานแผลบนผิวหนังให้หายเร็วยิ่งขึ้นค่ะ ใครไม่อยากให้รอยแผลที่เกิดขึ้นอยู่กับผิวเรานานๆ วิตามินซีก็สามารถช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้นได้ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะจากความสามารถของวิตามินซีที่ช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจนนั่นแหละค่ะ พอเรามีแผล หรือเกิดการอักเสบ วิตามินซีก็จะช่วยให้ผิวผลิตคอลลาเจนออกมาฟื้นฟูแผลที่เราเป็น นอกจากนี้ ยังช่วยลดการติดเชื้อได้ด้วย

ข้อมูล: idskinexpert.com

Similar Posts

  • “สกินนิมัลลิซึม” (Skinimalism)

    ใครกันจะไม่อยากประหยัดทั้งเวลา เงิน และพลังงาน? การลงทุนในการดูแลผิวเป็นประจำที่เรียบง่าย ไม่มีขั้นตอนซับซ้อน แต่ยังให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ คือเหตุผลว่าทำไมคำว่า “สกินนิมัลลิซึม” (Skinimalism) ถึงได้รับความนิยมมากขึ้นในโลกของสกินแคร์และความงาม แนวคิดแบบ ผิวมาก่อน (skin-first) ของ Natio ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ความงามจากธรรมชาติของออสเตรเลีย มุ่งเน้นการคัดสรรส่วนผสมจากธรรมชาติที่ช่วยปลอบประโลม บำรุง และปกป้องผิวของคุณ หัวใจของ Skinimalism คือการ ลดขั้นตอนนการดูแลผิวประจำวันให้น้อยลงแต่ได้ผลมากขึ้นถ้านี่คือสิ่งที่คุณกำลังมองหา มาติดตามไปพร้อมกันว่าข้อดีของ Skinimalism คืออะไร และสารสกัดจากพืชธรรมชาติแบบไหนที่เหมาะกับการดูแลผิวให้สุขภาพดี สกินนิมัลลิซึมคืออะไร? Skinimalism คือแนวทางดูแลผิวแบบมินิมอล ที่เน้นความเรียบง่าย ใช้ผลิตภัณฑ์น้อยชิ้นแต่ตรงจุด แทนที่จะใช้สกินแคร์ถึง 12 ขั้นตอนแบบเดิมๆ แนวคิดนี้สนับสนุนให้คุณเลือกใช้เพียงไม่กี่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผิวของคุณจริงๆ เพื่อให้ผิวได้พักจากการรับสารต่างๆ ที่บางครั้งอาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ข้อดีของ Skinimalism✅ อ่อนโยนต่อผิวมากขึ้นเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์น้อยลง ผิวก็จะสัมผัสกับสารเคมีน้อยลง ลดโอกาสเกิดการระคายเคืองหรืออักเสบ โดยเฉพาะกับผู้ที่มีผิวบอบบางหรือเป็นสิวง่าย ✅ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมใช้ของน้อยลงก็หมายถึงลดการใช้บรรจุภัณฑ์ และลดปริมาณขยะ ซึ่งส่งผลดีต่อโลกใบนี้ ✅ ประหยัดมากขึ้นเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์น้อยลง คุณก็ใช้จ่ายน้อยลงด้วยที่ Natio เราเชื่อในการดูแลตนเองด้วยความรัก ทั้งด้านจิตใจ จิตวิญญาณ…

  • ปัญหาผิวช่วงฤดูหนาว?

    อากาศหนาวอาจทำร้ายผิวได้มากกว่าที่คิด — ความชื้นในอากาศลดลง ทำให้ผิวสูญเสียน้ำและความชุ่มชื้นง่ายขึ้น ไหนจะลมหนาว น้ำอุ่นจัด และเครื่องทำความร้อนที่ใช้อยู่ตลอดเวลา ผลลัพธ์คือผิวแห้ง หมองตึง และดูไม่สดใส แต่ข่าวดีคือ เพียงแค่ปรับสกินแคร์เล็กน้อยก็ช่วยฟื้นเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรงและชุ่มชื้นได้ — ด้วย “เซราไมด์” เซราไมด์คืออะไร? เซราไมด์เป็นไขมันที่มีอยู่ตามธรรมชาติในผิว มีหน้าที่เหมือน “ปูนเชื่อมอิฐ” ที่ยึดเซลล์ผิวให้แน่น ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำ ปกป้องผิวจากมลภาวะและลดการระคายเคือง แต่เมื่ออากาศหนาวจัด อายุที่มากขึ้น หรือผิวถูกทำร้ายจากแสงแดด — ปริมาณเซราไมด์ตามธรรมชาติจะลดลง ทำให้ผิวแห้งและอ่อนแอ ดังนั้น การเติมเซราไมด์ในสกินแคร์ จะช่วยคืนสมดุลความชุ่มชื้น ฟื้นฟูเกราะปกป้องผิว และเห็นผลผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้นได้ภายใน 1 สัปดาห์ จะใช้เซราไมด์ในรูทีนยังไงดี? สามารถใช้ได้ในทุกขั้นตอนของการดูแลผิว เช่น เซราไมด์มีหลายชนิด (เช่น Ceramide AP, NP, NG, NS, EOP ฯลฯ) แต่ทั้งหมดมีหน้าที่คล้ายกันคือช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ผลิตภัณฑ์จาก Natio ที่มีส่วนผสมของเซราไมด์ ได้แก่: Ageless Plumping Renewal…

  • เปล่งประกายผิวสวยด้วยน้ำมันโรสฮิป

    Glow up with Rosehip Oil– เพื่อผิวที่นุ่ม ชุ่มชื้น และดูมีออร่าธรรมชาติ ผิวสวยเปล่งปลั่งด้วยน้ำมันโรสฮิป – สมบัติจากธรรมชาติเพื่อผิวสุขภาพดี น้ำมันโรสฮิปสกัดเย็นจากเมล็ดของดอกกุหลาบป่า (ไม่ใช่จากกลีบดอก) ซึ่งส่วนใหญ่พบในเทือกเขาแอนดีส และบางพื้นที่ในแอฟริกาและยุโรป น้ำมันนี้อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อผิว จึงกลายเป็นหนึ่งในส่วนผสมโปรดของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจาก Natio ที่ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและดูมีชีวิตชีวา เพราะเหตุผลดีๆ แบบนี้: 🌟 วิตามินรวมเพื่อผิวสวย น้ำมันโรสฮิปมีทั้งวิตามิน A, C และ E ซึ่งล้วนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากมลภาวะ แสงแดด และปัจจัยทำร้ายผิวต่างๆ จากสิ่งแวดล้อม พร้อมลดการเกิดอนุมูลอิสระที่เร่งให้ผิวแก่เร็ว 💧 เติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก นอกจากวิตามิน E แล้ว น้ำมันโรสฮิปยังมีกรดไขมันจำเป็นโอเมก้า 3 และ 6 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาเกราะป้องกันผิว ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ยาวนาน ลดปัญหาผิวแห้งลอก ผิวจึงรู้สึกนุ่ม สบาย และดูอิ่มน้ำอยู่เสมอ ผลลัพธ์ที่คุณสัมผัสได้: ผิวสงบ นุ่ม ชุ่มชื้น ดูสุขภาพดี และเปล่งปลั่งแบบธรรมชาติ…

  • วิธีดูแล ฟื้นฟูผิวแพ้ง่ายของคุณ

    ผิวแพ้ง่ายอาจเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดและยากต่อการดูแล ไม่ว่าคุณจะมีผิวแพ้ง่ายมาตั้งแต่แรก หรือเพิ่งเริ่มมีอาการแพ้เมื่อไม่นานมานี้ ก็มักสร้างความสับสน โดยเฉพาะเมื่อผลิตภัณฑ์ที่เคยใช้ได้ดี กลับเริ่มทำให้ผิวระคายเคืองหรือไม่ตอบสนองเหมือนเดิมอีกต่อไป จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณมีผิวแพ้ง่าย? ปัจจัยหลายอย่างสามารถทำให้ผิวเกิดความไวหรือแพ้ง่ายได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ฮอร์โมน ความเครียด หรือการสัมผัสกับสารระคายเคือง หากคุณรู้สึกว่าผิวของคุณเริ่มไวต่อสิ่งต่างๆ แบบฉับพลัน ลองสังเกตดูว่ามีอะไรในกิจวัตรประจำวันหรือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือไม่ คนที่มีผิวบอบบางมักพบอาการ เช่น แดง คัน แห้ง หรือมีความรู้สึกไม่สบายผิวในรูปแบบต่างๆ หากคุณมีลักษณะผิวแบบนี้ การรู้ว่าควรหลีกเลี่ยงอะไร ควรเริ่มดูแลผิวอย่างไร วิธีปลอบประโลมผิวหน้า และการลดความเครียดให้ผิว จึงเป็นสิ่งสำคัญ อาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจมีผิวบอบบาง ได้แก่ เราเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยคุณเข้าใจผิวของตัวเองมากขึ้น และเรียนรู้วิธีที่จะกลับมารักผิวตัวเองอีกครั้ง — ไม่ว่าผิวคุณจะบอบบางหรือไม่ก็ตาม จะเริ่มดูแลผิวบอบบางอย่างไรดี? หากคุณมีผิวบอบบาง การเริ่มต้นรูทีนดูแลผิวแบบเรียบง่าย คือวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยให้ผิวแข็งแรงและเปล่งปลั่งอยู่เสมอ 1. เริ่มต้นด้วยคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนควรเลือกคลีนเซอร์ที่อ่อนโยนต่อผิว เช่น Calm Delicate Care Cleansing Milk ที่มีเนื้อสัมผัสน้ำนม ช่วยปลอบประโลมผิวและลดรอยแดงขณะล้างหน้า พร้อมด้วยว่านหางจระเข้ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและเย็นสบายวิธีใช้: ใช้มือที่สะอาดลูบผลิตภัณฑ์ลงบนผิวหน้าที่เปียก นวดเบา ๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หรือใช้ผ้านุ่ม ๆ…

  • ดูแลผิว..ให้ห่างไกลสิว

    “สิว” อาจจะเป็นปัญหาที่ไม่อันตรายแต่ก็บ่อนทำลายความมั่นใจในตัวเองของใครหลายคน มีคนมากมายเชื่อว่าสิวเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น และจะหายไปเองเมื่อเราอายุมากขึ้น แต่ความจริงก็คือ แม้อายุปลายเลขสามก็ยังสามารถเกิดสิวได้ อย่ากังวลใจไป เพราะเราจะมาทำความเข้าใจกับสิวและวิธีการรักษาอย่างถูกต้อง สิว คือ ตุ่มเม็ดเล็ก ๆ มักเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า และตำแหน่งที่มีต่อมไขมันอยู่หนาแน่น (Seborrheic area) เช่น หน้าอก และ หลัง โดยเกิดขึ้นจากการที่ผิวหนังมีการสร้างไขมัน (Sebum) มากเกินพอดี ทำให้เกิดการอุดตันอยู่ที่บริเวณรูขุมขน เกิดเป็นหัวสิว (Comedone) ซึ่งสามารถอักเสบได้ง่ายหากมีตัวกระตุ้นเพิ่มเติม เช่น เชื้อแบคทีเรีย P.acne. ในรูขุมขน หรือการใช้เครื่องสำอางที่อุดตันรูขุมขน เราสามารถแบ่งประเภท สิวได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ 1. สิวอุดตัน เกิดจากการอุดตันของรูขุมขน (Comedone) แบ่งเป็น 2 ชนิด1.1 สิวหัวปิด (Close comedones) จะเห็นเป็นตุ่มเล็ก ๆ หัวขาวๆ1.2 สิวหัวเปิด (Open comedones) หรือสิวหัวดำ 2.สิวอักเสบคือสิวที่หัวแดงอักเสบ (Inflame…

  • สกินแคร์จากธรรมชาติ: Aromatherapy

    Aromatherapy คือไลน์สกินแคร์ซิกเนเจอร์ที่ผสานพลังจากธรรมชาติ ด้วยสารสกัดพืชและน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ เพื่อดูแลผิวให้แข็งแรงและสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ “กว่า 30 ปี เราพัฒนาสูตรที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติอย่างอ่อนโยนและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกหยดดูแลผิวได้ดีที่สุด” – Max Ross แนวคิดของผลิตภัณฑ์คือการผสมผสาน ความรู้ทางวิทยาศาสตร์กว่า 100 ปี เข้ากับ พลังจากธรรมชาติ เพื่อสร้างสกินแคร์ที่เรียบง่าย ใช้งานสะดวก และให้ผลลัพธ์ชัดเจน — เพราะธรรมชาติดูแลผิวได้ดีที่สุด Aromatherapy หมายถึงศาสตร์แห่งการผสมน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์จากดอกไม้และพืช เพื่อช่วยปรับสมดุล บำบัด และผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ 🌸 ส่วนผสมเด่นจากธรรมชาติ Aromatherapy Skincare เป็นไลน์สกินแคร์ธรรมชาติที่เข้าใจง่าย ราคาเข้าถึงได้ เหมาะสำหรับผิวธรรมดาถึงแห้ง มุ่งเน้นการเติมความชุ่มชื้น ให้ผิวแลดูสุขภาพดีจากธรรมชาติเราอยากให้คุณได้พบกับ ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ Aromatherapy ตัวโปรดชิ้นใหม่ จากไลน์นี้ 💛 ปีนี้ยังมี นวัตกรรมใหม่ๆ อีกมากมาย ที่จะมอบประสบการณ์การดูแลผิวจากธรรมชาติอย่างแท้จริง —ถึงเวลาแล้วที่จะลองค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ใช่สำหรับคุณ! 🌿

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *