กันแดดแบบไหนที่ใช่..สำหรับคุณ

ฤดูร้อนมักเป็นฤดูโปรดของใครหลายคน เพราะชวนให้นึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุข เช่น การไปเที่ยวทะเล พักผ่อนริมสระน้ำ หรือปิกนิกกับคนที่เรารัก — เป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติสวยงาม แดดออกนาน อากาศอบอุ่น และเหมาะที่สุดสำหรับการใช้ชีวิตกลางแจ้ง

แม้ฤดูร้อนจะเต็มไปด้วยความสนุก แต่สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ การปกป้องผิวจากรังสี UV ของแสงแดด รังสี UVA และ UVB สามารถทำร้ายผิวได้ ดังนั้นควรเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับกิจกรรมที่คุณจะทำ เพื่อให้ได้การปกป้องที่ดีที่สุด

ครีมกันแดดมีอยู่ 2 ประเภทหลักๆ:

ครีมกันแดดชนิด Traditional (สารกันแดดสังเคราะห์): ดูดซับรังสี UV แล้วแปลงเป็นความร้อน ก่อนปล่อยออกจากผิว

ครีมกันแดดชนิด Physical (Mineral Zinc): ใช้แร่ธาตุอย่าง Zinc Oxide ที่ช่วยสะท้อนรังสี UV ออกไปจากผิว (ทำหน้าที่เหมือนเกราะป้องกัน)

ครีมกันแดดประเภทนี้ทำงานเหมือนเกราะป้องกันผิว โดยจะเคลือบอยู่บนผิวหนัง และสะท้อนรังสีของแสงแดดออกไป สารกันแดดที่พบบ่อยที่สุดคือ Zinc Oxide ซึ่งเป็นแร่ธาตุธรรมชาติที่ใช้เป็นเกราะป้องกันแสงแดด ครีมกันแดดแบบแร่ธาตุให้การปกป้องแบบ Broad Spectrum (ทั้ง UVA และ UVB) ด้วยการเคลือบอยู่บนผิว เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางหรือแพ้ง่าย จึงมักเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป

Tip: เคล็ดลับการเลือกครีมกันแดด
✔ ควรเลือกครีมกันแดดที่ปกป้องได้ทั้ง UVA และ UVB (Broad-spectrum)
✔ ค่า SPF 50 – 50+ จะเหมาะกับสภาพแดดแรงแบบออสเตรเลีย
✔ หากคุณจะทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรเลือกสูตรกันน้ำ เพื่อช่วยให้กันแดดยังทำงานได้ดีแม้มีเหงื่อหรือเปียกน้ำ

ขอแนะนำ Kids Everyday Sensitive Sunscreen SPF 50+ โลชั่นกันแดดเนื้อสีเหลืองอ่อน เหมาะสำหรับผิวบอบบาง เด็กใช้ได้ สูตรนี้ยังทนน้ำได้ 4 ชั่วโมง เหมาะสำหรับการว่ายน้ำ เล่นน้ำ และเหงื่อออกในระหว่างวัน

เพื่อเสริมการป้องกันแสงแดดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควรปฏิบัติตามหลัก Slip, Slop, Slap, Seek และ Slide ที่ทาง SunSmart แนะนำไว้ดังนี้:

  • Slip: สวมเสื้อผ้าที่ปกปิดผิวได้มากที่สุด
  • Slop: ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 หรือมากกว่า และเป็นสูตร Broad-spectrum กันน้ำ
  • Slap: ใส่หมวกปีกกว้าง เพื่อปกป้องใบหน้า หู และลำคอ
  • Seek: หาที่ร่มหลบแดดเมื่ออยู่กลางแจ้ง
  • Slide: ใส่แว่นกันแดดที่มีมาตรฐานป้องกันรังสี UV ของออสเตรเลีย

หมายเหตุสำคัญ:
– โปรดอ่านฉลากและปฏิบัติตามคำแนะนำการใช้งานทุกครั้ง
– ครีมกันแดดเป็นเพียงหนึ่งในวิธีป้องกันแสงแดด
– หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัดเป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น
– ควรทาครีมกันแดดซ้ำบ่อยๆ ตามคำแนะนำ เพื่อให้การปกป้องผิวมีประสิทธิภาพสูงสุด

Similar Posts

  • วิธีดูแล ฟื้นฟูผิวแพ้ง่ายของคุณ

    ผิวแพ้ง่ายอาจเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดและยากต่อการดูแล ไม่ว่าคุณจะมีผิวแพ้ง่ายมาตั้งแต่แรก หรือเพิ่งเริ่มมีอาการแพ้เมื่อไม่นานมานี้ ก็มักสร้างความสับสน โดยเฉพาะเมื่อผลิตภัณฑ์ที่เคยใช้ได้ดี กลับเริ่มทำให้ผิวระคายเคืองหรือไม่ตอบสนองเหมือนเดิมอีกต่อไป จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณมีผิวแพ้ง่าย? ปัจจัยหลายอย่างสามารถทำให้ผิวเกิดความไวหรือแพ้ง่ายได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ฮอร์โมน ความเครียด หรือการสัมผัสกับสารระคายเคือง หากคุณรู้สึกว่าผิวของคุณเริ่มไวต่อสิ่งต่างๆ แบบฉับพลัน ลองสังเกตดูว่ามีอะไรในกิจวัตรประจำวันหรือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือไม่ คนที่มีผิวบอบบางมักพบอาการ เช่น แดง คัน แห้ง หรือมีความรู้สึกไม่สบายผิวในรูปแบบต่างๆ หากคุณมีลักษณะผิวแบบนี้ การรู้ว่าควรหลีกเลี่ยงอะไร ควรเริ่มดูแลผิวอย่างไร วิธีปลอบประโลมผิวหน้า และการลดความเครียดให้ผิว จึงเป็นสิ่งสำคัญ อาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจมีผิวบอบบาง ได้แก่ เราเขียนบทความนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยคุณเข้าใจผิวของตัวเองมากขึ้น และเรียนรู้วิธีที่จะกลับมารักผิวตัวเองอีกครั้ง — ไม่ว่าผิวคุณจะบอบบางหรือไม่ก็ตาม จะเริ่มดูแลผิวบอบบางอย่างไรดี? หากคุณมีผิวบอบบาง การเริ่มต้นรูทีนดูแลผิวแบบเรียบง่าย คือวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยให้ผิวแข็งแรงและเปล่งปลั่งอยู่เสมอ 1. เริ่มต้นด้วยคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนควรเลือกคลีนเซอร์ที่อ่อนโยนต่อผิว เช่น Calm Delicate Care Cleansing Milk ที่มีเนื้อสัมผัสน้ำนม ช่วยปลอบประโลมผิวและลดรอยแดงขณะล้างหน้า พร้อมด้วยว่านหางจระเข้ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและเย็นสบายวิธีใช้: ใช้มือที่สะอาดลูบผลิตภัณฑ์ลงบนผิวหน้าที่เปียก นวดเบา ๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น หรือใช้ผ้านุ่ม ๆ…

  • เคล็ดลับการดูแลผิวให้ชะลอวัย

    ริ้วรอยเป็นสัญญาณแห่งวัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถชะลอการเกิดริ้วรอยได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดูแลผิวอย่างเหมาะสม เคล็ดลับการดูแลผิวชะลอวัยมีดังนี้ นอกจากส่วนผสมเหล่านี้แล้ว ยังมีส่วนผสมอื่นๆ ที่อาจช่วยต่อต้านริ้วรอยได้ เช่น สารสกัดจากธรรมชาติ เช่น สารสกัดจากดอกคาโมมายล์ สารสกัดจากใบบัวบก สารสกัดจากเมล็ดองุ่น เป็นต้น การเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมที่ช่วยต่อต้านริ้วรอย ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวและปัญหาผิวของแต่ละบุคคล ควรเริ่มต้นใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่อ่อนโยนก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มปริมาณหรือความเข้มข้นของส่วนผสมขึ้นตามลำดับ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการระคายเคือง

  • ผิวชุ่มชื้น ปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน

    ส่วนผสมสกินแคร์บางอย่างมาแล้วก็ไปตามกระแส แต่ ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) ไม่ใช่หนึ่งในนั้น Aloe Barbadensis Leaf Juice หรือที่รู้จักกันดีว่าน้ำว่านหางจระเข้ เป็นฮีโร่ของการดูแลผิวมาหลายชั่วอายุคน และยังเป็นส่วนผสมที่ Natio เลือกใช้มากว่า 30 ปี แม้ชื่อจะดูเรียบง่าย แต่คุณประโยชน์นั้นไม่ธรรมดาเลย ปลอบประโลม เติมน้ำ และอ่อนโยนต่อผิวว่านหางจระเข้ขึ้นชื่อเรื่องการช่วยปลอบประโลมและเพิ่มความชุ่มชื้น สกัดจากเนื้อใสด้านในของใบ ซึ่งมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก จึงช่วยดึงและกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี เหมาะมากสำหรับผิวแห้ง ผิวระคายเคือง โดยเฉพาะหลังโดนแดดหรือหลังการผลัดเซลล์ผิว เนื้อสัมผัสบางเบา ให้ความเย็นสดชื่น ไม่เหนอะหนะหรือมันผิว เหมาะกับอากาศร้อนชื้นเป็นพิเศษ มากกว่าความชุ่มชื้นนอกจากเติมน้ำให้ผิวแล้ว ว่านหางจระเข้ยังอุดมด้วยวิตามิน A, C และ E รวมถึงเอนไซม์และกรดอะมิโน ที่ช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ เมื่อใช้ต่อเนื่อง ผิวจะดูเรียบเนียน สงบ และเปล่งปลั่งสุขภาพดีเหมือนผิวหลังทำทรีทเม้นต์ ใช้ได้กับทุกสภาพผิวจุดเด่นอีกอย่างคือความอเนกประสงค์ ผิวแพ้ง่ายก็ช่วยปลอบประโลม ผิวมันก็ให้ความชุ่มชื้นโดยไม่อุดตัน ผิวไหม้แดด เครียด หรือเสียสมดุล ว่านหางจระเข้ก็ช่วยดูแลได้อย่างอ่อนโยน จึงพบได้ในผลิตภัณฑ์หลากหลาย ตั้งแต่เจล มาสก์บำรุง ครีมบำรุง…

  • ปัญหาใต้ตาคล้ำเกิดจากอะไร?

    รอยคล้ำรอบดวงตาเป็นปัญหาผิวอย่างหนึ่งที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อยๆ ทั่วไป ถ้าหากคุณกำลังประสบกับปัญหาดังกล่าวอยู่ คุณอาจเกิดคำถามว่า “ทำไมต้องเป็นฉันด้วย?” ซึ่งเราเข้าใจความรู้สึกนี้ดี และมันทำให้เราต้องทำการค้นคว้าวิจัยเพื่อหาสาเหตุให้ได้ว่า ปัญหานี้เกิดจากอะไร สิ่งที่เราค้นพบก็คือ สาเหตุของการเกิดปัญหาขอบตาดำคล้ำนั้นมีมากมาย ซึ่งบางอย่างก็อาจทำให้คุณประหลาดใจ! สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดขอบตาดำคล้ำ และหายยาก มีดังนี้: การอยู่ท่ามกลางแสงแดดโดยไม่ได้มีการทาผลิตภัณฑ์ป้องกันแดดเลยมาเป็นเวลานานหลายปี (การตากแดดเพื่อทำให้ตัวเองมีสีผิวคล้ำ หรือการเข้าไปใช้บริการย้อมผิวให้คล้ำ คือ สิ่งที่เลวร้ายที่สุด) เป็นสาเหตุที่นำไปสู่การสร้างเม็ดสีผิวให้เข้มเกินไปจนปรากฏออกมาให้เห็นผ่านผิวอันบอบบางบริเวณรอบดวงตา การไหลเวียนของโลหิตที่ปรากฏให้เห็นผ่านผิวอันบอบบางบริเวณรอบดวงตา หรือที่เรียกกันว่า รอยคล้ำที่เกิดจากหลอดเลือด (vascular dark circles) การใช้ส่วนผสมที่กระทำรุนแรงหรือกระด้างต่อผิว โดยเฉพาะผิวบริเวณรอบดวงตา ซึ่งรวมถึงส่วนผสมที่ให้กลิ่นหอมด้วย อาการแพ้ต่างๆ กรรมพันธุ์ เช่น สมาชิกภายในครอบครัวเป็นผู้ที่มีแนวโน้มที่จะมีขอบตาดำคล้ำ การเกิดจากเงาตามธรรมชาติ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีเบ้าตาลึก การเกิดเงาอันเนื่องจากผิวหย่อนคล้อย และสูญเสียความตึงกระชับ ปัญหาผิวรอบดวงตาแห้ง และขาดความชุ่มชื้น ซึ่งสะสมขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เกิดผิวหมองคล้ำและสูญเสียความกระจ่างใส นิสัยชอบขยี้ตา ซึ่งจะสร่างความเสียหายแก่ผิวอันบอบบางรอบดวงตามากขึ้นเรื่อยๆ ที่น่าประหลาดใจ คือ การอดหลับอดนอนกลับไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาขอบตาดำคล้ำ –แต่การนอนหลับไม่เพียงพอเป็นสิ่งที่ทำให้ปัญหาขอบตาดำคล้ำที่เป็นอยู่แล้วดูเลวร้ายลงมากยิ่งขึ้น ซึ่งนี่คงเป็นเรื่องที่หลายคนทราบดีอยู่แล้ว ถ้าหากคุณเป็นผู้ที่มีปัญหาขอบตาดำคล้ำ และเคยพยายามที่จะทำให้ปัญหานี้หมดไป ก็แน่ใจได้เลยว่าคุณต้องเคยพบกับผิดหวังมาแล้วแน่ๆ จริงอยู่ที่คุณไม่อาจทำให้ปัญหาขอบตาดำคล้ำนั้นหายไปอย่างถาวรได้ แต่ก็ยังมีผลิตภัณฑ์ถนอมผิวบางชนิด หรือการรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญบางอย่างที่อาจมอบผลลัพธ์อันน่าประทับใจได้…

  • เปล่งประกายผิวสวยด้วยน้ำมันโรสฮิป

    Glow up with Rosehip Oil– เพื่อผิวที่นุ่ม ชุ่มชื้น และดูมีออร่าธรรมชาติ ผิวสวยเปล่งปลั่งด้วยน้ำมันโรสฮิป – สมบัติจากธรรมชาติเพื่อผิวสุขภาพดี น้ำมันโรสฮิปสกัดเย็นจากเมล็ดของดอกกุหลาบป่า (ไม่ใช่จากกลีบดอก) ซึ่งส่วนใหญ่พบในเทือกเขาแอนดีส และบางพื้นที่ในแอฟริกาและยุโรป น้ำมันนี้อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อผิว จึงกลายเป็นหนึ่งในส่วนผสมโปรดของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจาก Natio ที่ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและดูมีชีวิตชีวา เพราะเหตุผลดีๆ แบบนี้: 🌟 วิตามินรวมเพื่อผิวสวย น้ำมันโรสฮิปมีทั้งวิตามิน A, C และ E ซึ่งล้วนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากมลภาวะ แสงแดด และปัจจัยทำร้ายผิวต่างๆ จากสิ่งแวดล้อม พร้อมลดการเกิดอนุมูลอิสระที่เร่งให้ผิวแก่เร็ว 💧 เติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก นอกจากวิตามิน E แล้ว น้ำมันโรสฮิปยังมีกรดไขมันจำเป็นโอเมก้า 3 และ 6 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาเกราะป้องกันผิว ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ยาวนาน ลดปัญหาผิวแห้งลอก ผิวจึงรู้สึกนุ่ม สบาย และดูอิ่มน้ำอยู่เสมอ ผลลัพธ์ที่คุณสัมผัสได้: ผิวสงบ นุ่ม ชุ่มชื้น ดูสุขภาพดี และเปล่งปลั่งแบบธรรมชาติ…

  • ปัญหาผิวช่วงฤดูหนาว?

    อากาศหนาวอาจทำร้ายผิวได้มากกว่าที่คิด — ความชื้นในอากาศลดลง ทำให้ผิวสูญเสียน้ำและความชุ่มชื้นง่ายขึ้น ไหนจะลมหนาว น้ำอุ่นจัด และเครื่องทำความร้อนที่ใช้อยู่ตลอดเวลา ผลลัพธ์คือผิวแห้ง หมองตึง และดูไม่สดใส แต่ข่าวดีคือ เพียงแค่ปรับสกินแคร์เล็กน้อยก็ช่วยฟื้นเกราะปกป้องผิวให้แข็งแรงและชุ่มชื้นได้ — ด้วย “เซราไมด์” เซราไมด์คืออะไร? เซราไมด์เป็นไขมันที่มีอยู่ตามธรรมชาติในผิว มีหน้าที่เหมือน “ปูนเชื่อมอิฐ” ที่ยึดเซลล์ผิวให้แน่น ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำ ปกป้องผิวจากมลภาวะและลดการระคายเคือง แต่เมื่ออากาศหนาวจัด อายุที่มากขึ้น หรือผิวถูกทำร้ายจากแสงแดด — ปริมาณเซราไมด์ตามธรรมชาติจะลดลง ทำให้ผิวแห้งและอ่อนแอ ดังนั้น การเติมเซราไมด์ในสกินแคร์ จะช่วยคืนสมดุลความชุ่มชื้น ฟื้นฟูเกราะปกป้องผิว และเห็นผลผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้นได้ภายใน 1 สัปดาห์ จะใช้เซราไมด์ในรูทีนยังไงดี? สามารถใช้ได้ในทุกขั้นตอนของการดูแลผิว เช่น เซราไมด์มีหลายชนิด (เช่น Ceramide AP, NP, NG, NS, EOP ฯลฯ) แต่ทั้งหมดมีหน้าที่คล้ายกันคือช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง ผลิตภัณฑ์จาก Natio ที่มีส่วนผสมของเซราไมด์ ได้แก่: Ageless Plumping Renewal…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *