ผลัดเซลล์ผิวด้วย PHA และ BHA ผิวสวยขึ้นได้จริง

ในโลกของสกินแคร์ “กรดผลัดเซลล์ผิว” เป็นหนึ่งในส่วนผสมที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูเรียบเนียน กระจ่างใส และสุขภาพดี แต่กรดไม่ได้มีแค่แบบเดียว โดยเฉพาะ PHA และ BHA ที่หลายคนมักสงสัยว่าแตกต่างกันอย่างไร และดีต่อผิวแบบไหนบ้าง บทความนี้จะพาคุณมาทำความรู้จักว่า PHA และ BHA ดีอย่างไร และควรเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับผิว

PHA ดีอย่างไร? อ่อนโยนแต่เห็นผล

PHA (Polyhydroxy Acids) เป็นกรดผลัดเซลล์ผิวที่ขึ้นชื่อเรื่องความอ่อนโยน เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางหรือระคายเคืองง่าย

จุดเด่นของ PHA
  • ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นบนอย่างนุ่มนวล
  • ลดผิวหยาบกร้าน ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
  • ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ผิวไม่แห้งตึง
  • ระคายเคืองน้อยกว่ากรดชนิดอื่น
  • เหมาะกับผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย หรือผู้เริ่มใช้กรดผลัดเซลล์ผิว

💡 เพราะโมเลกุลของ PHA มีขนาดใหญ่ จึงซึมช้ากว่า ทำให้ผิวได้รับการดูแลอย่างอ่อนโยน

💧 BHA ดีอย่างไร? ตัวช่วยผิวมันและปัญหาสิว

BHA (Beta Hydroxy Acid) หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Salicylic Acid เป็นกรดที่ละลายในน้ำมัน จึงสามารถทำความสะอาดได้ลึกถึงรูขุมขน

จุดเด่นของ BHA
  • ช่วยละลายสิ่งอุดตันในรูขุมขน
  • ลดสิวอุดตัน สิวหัวดำ และสิวหัวขาว
  • ควบคุมความมันส่วนเกิน
  • ช่วยลดการอักเสบของสิว
  • เหมาะกับผิวมัน ผิวผสม และผิวเป็นสิวง่าย

💡 BHA ทำงานได้ลึกกว่ากรดทั่วไป จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่มีปัญหาสิวเรื้อรัง

ใช้ PHA และ BHA ร่วมกันได้ไหม?

สามารถใช้ร่วมกันได้ หากอยู่ในสูตรที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสม หรือใช้ สลับวัน เพื่อไม่ให้ผิวระคายเคือง
สิ่งสำคัญคือควร:

  • เริ่มใช้ในปริมาณน้อย
  • สังเกตการตอบสนองของผิว
  • ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน

สรุป: เลือกให้เหมาะ ผิวก็สวยขึ้นได้
PHA เหมาะกับคนที่ต้องการผิวใส เรียบเนียน แบบอ่อนโยน
BHA เหมาะกับคนที่ต้องการจัดการสิวและความมันอย่างตรงจุด
การเลือกกรดผลัดเซลล์ผิวที่เหมาะกับสภาพผิว จะช่วยให้ผิวดูดีขึ้นอย่างปลอดภัยและยั่งยืน

Ageless-Skin-Renewal-Exfoliator2

Similar Posts

  • ผิวชุ่มชื้น ปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน

    ส่วนผสมสกินแคร์บางอย่างมาแล้วก็ไปตามกระแส แต่ ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) ไม่ใช่หนึ่งในนั้น Aloe Barbadensis Leaf Juice หรือที่รู้จักกันดีว่าน้ำว่านหางจระเข้ เป็นฮีโร่ของการดูแลผิวมาหลายชั่วอายุคน และยังเป็นส่วนผสมที่ Natio เลือกใช้มากว่า 30 ปี แม้ชื่อจะดูเรียบง่าย แต่คุณประโยชน์นั้นไม่ธรรมดาเลย ปลอบประโลม เติมน้ำ และอ่อนโยนต่อผิวว่านหางจระเข้ขึ้นชื่อเรื่องการช่วยปลอบประโลมและเพิ่มความชุ่มชื้น สกัดจากเนื้อใสด้านในของใบ ซึ่งมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก จึงช่วยดึงและกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี เหมาะมากสำหรับผิวแห้ง ผิวระคายเคือง โดยเฉพาะหลังโดนแดดหรือหลังการผลัดเซลล์ผิว เนื้อสัมผัสบางเบา ให้ความเย็นสดชื่น ไม่เหนอะหนะหรือมันผิว เหมาะกับอากาศร้อนชื้นเป็นพิเศษ มากกว่าความชุ่มชื้นนอกจากเติมน้ำให้ผิวแล้ว ว่านหางจระเข้ยังอุดมด้วยวิตามิน A, C และ E รวมถึงเอนไซม์และกรดอะมิโน ที่ช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ เมื่อใช้ต่อเนื่อง ผิวจะดูเรียบเนียน สงบ และเปล่งปลั่งสุขภาพดีเหมือนผิวหลังทำทรีทเม้นต์ ใช้ได้กับทุกสภาพผิวจุดเด่นอีกอย่างคือความอเนกประสงค์ ผิวแพ้ง่ายก็ช่วยปลอบประโลม ผิวมันก็ให้ความชุ่มชื้นโดยไม่อุดตัน ผิวไหม้แดด เครียด หรือเสียสมดุล ว่านหางจระเข้ก็ช่วยดูแลได้อย่างอ่อนโยน จึงพบได้ในผลิตภัณฑ์หลากหลาย ตั้งแต่เจล มาสก์บำรุง ครีมบำรุง…

  • ปัญหาใต้ตาคล้ำเกิดจากอะไร?

    รอยคล้ำรอบดวงตาเป็นปัญหาผิวอย่างหนึ่งที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อยๆ ทั่วไป ถ้าหากคุณกำลังประสบกับปัญหาดังกล่าวอยู่ คุณอาจเกิดคำถามว่า “ทำไมต้องเป็นฉันด้วย?” ซึ่งเราเข้าใจความรู้สึกนี้ดี และมันทำให้เราต้องทำการค้นคว้าวิจัยเพื่อหาสาเหตุให้ได้ว่า ปัญหานี้เกิดจากอะไร สิ่งที่เราค้นพบก็คือ สาเหตุของการเกิดปัญหาขอบตาดำคล้ำนั้นมีมากมาย ซึ่งบางอย่างก็อาจทำให้คุณประหลาดใจ! สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดขอบตาดำคล้ำ และหายยาก มีดังนี้: การอยู่ท่ามกลางแสงแดดโดยไม่ได้มีการทาผลิตภัณฑ์ป้องกันแดดเลยมาเป็นเวลานานหลายปี (การตากแดดเพื่อทำให้ตัวเองมีสีผิวคล้ำ หรือการเข้าไปใช้บริการย้อมผิวให้คล้ำ คือ สิ่งที่เลวร้ายที่สุด) เป็นสาเหตุที่นำไปสู่การสร้างเม็ดสีผิวให้เข้มเกินไปจนปรากฏออกมาให้เห็นผ่านผิวอันบอบบางบริเวณรอบดวงตา การไหลเวียนของโลหิตที่ปรากฏให้เห็นผ่านผิวอันบอบบางบริเวณรอบดวงตา หรือที่เรียกกันว่า รอยคล้ำที่เกิดจากหลอดเลือด (vascular dark circles) การใช้ส่วนผสมที่กระทำรุนแรงหรือกระด้างต่อผิว โดยเฉพาะผิวบริเวณรอบดวงตา ซึ่งรวมถึงส่วนผสมที่ให้กลิ่นหอมด้วย อาการแพ้ต่างๆ กรรมพันธุ์ เช่น สมาชิกภายในครอบครัวเป็นผู้ที่มีแนวโน้มที่จะมีขอบตาดำคล้ำ การเกิดจากเงาตามธรรมชาติ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีเบ้าตาลึก การเกิดเงาอันเนื่องจากผิวหย่อนคล้อย และสูญเสียความตึงกระชับ ปัญหาผิวรอบดวงตาแห้ง และขาดความชุ่มชื้น ซึ่งสะสมขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เกิดผิวหมองคล้ำและสูญเสียความกระจ่างใส นิสัยชอบขยี้ตา ซึ่งจะสร่างความเสียหายแก่ผิวอันบอบบางรอบดวงตามากขึ้นเรื่อยๆ ที่น่าประหลาดใจ คือ การอดหลับอดนอนกลับไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาขอบตาดำคล้ำ –แต่การนอนหลับไม่เพียงพอเป็นสิ่งที่ทำให้ปัญหาขอบตาดำคล้ำที่เป็นอยู่แล้วดูเลวร้ายลงมากยิ่งขึ้น ซึ่งนี่คงเป็นเรื่องที่หลายคนทราบดีอยู่แล้ว ถ้าหากคุณเป็นผู้ที่มีปัญหาขอบตาดำคล้ำ และเคยพยายามที่จะทำให้ปัญหานี้หมดไป ก็แน่ใจได้เลยว่าคุณต้องเคยพบกับผิดหวังมาแล้วแน่ๆ จริงอยู่ที่คุณไม่อาจทำให้ปัญหาขอบตาดำคล้ำนั้นหายไปอย่างถาวรได้ แต่ก็ยังมีผลิตภัณฑ์ถนอมผิวบางชนิด หรือการรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญบางอย่างที่อาจมอบผลลัพธ์อันน่าประทับใจได้…

  • Natio คว้ารางวัลแบรนด์เครื่องสำอางอันดับ 1 จาก Canstar Blue อีกครั้ง!

    Natio ได้รับการจัดอันดับเป็น แบรนด์เครื่องสำอางอันดับ 1 ด้านความพึงพอใจของลูกค้า จากการรีวิวของ Canstar Blue โดยได้รับคะแนน 5 ดาวในด้านความคงทนของผลิตภัณฑ์ เนื้อสัมผัส บรรจุภัณฑ์ ความคุ้มค่า กลิ่น และความพึงพอใจโดยรวม นี่เป็นครั้งที่สองที่ Natio ได้รับรางวัลนี้ ต่อจากปี 2022 🎉 ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Max Ross กล่าวว่า“เรารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าชาวออสเตรเลีย สำหรับเราที่เป็นธุรกิจครอบครัว ความไว้วางใจนี้มีคุณค่ามหาศาล เราภูมิใจที่ได้มอบเครื่องสำอางคุณภาพสูง ปราศจากการทดลองกับสัตว์ ที่เน้นความงามตามธรรมชาติและความงามจากภายในมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี” Canstar Blue เป็นองค์กรอิสระที่ช่วยผู้บริโภคออสเตรเลียตัดสินใจซื้อสินค้าอย่างมีข้อมูล โดยจัดทำการเปรียบเทียบ รีวิว และจัดอันดับสินค้าหลากหลายประเภท รวมถึงหมวดเครื่องสำอางและเมกอัพ [คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดอันดับของ Canstar Blue]

  • สกินแคร์จากธรรมชาติ: Aromatherapy

    Aromatherapy คือไลน์สกินแคร์ซิกเนเจอร์ที่ผสานพลังจากธรรมชาติ ด้วยสารสกัดพืชและน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ เพื่อดูแลผิวให้แข็งแรงและสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ “กว่า 30 ปี เราพัฒนาสูตรที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติอย่างอ่อนโยนและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกหยดดูแลผิวได้ดีที่สุด” – Max Ross แนวคิดของผลิตภัณฑ์คือการผสมผสาน ความรู้ทางวิทยาศาสตร์กว่า 100 ปี เข้ากับ พลังจากธรรมชาติ เพื่อสร้างสกินแคร์ที่เรียบง่าย ใช้งานสะดวก และให้ผลลัพธ์ชัดเจน — เพราะธรรมชาติดูแลผิวได้ดีที่สุด Aromatherapy หมายถึงศาสตร์แห่งการผสมน้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์จากดอกไม้และพืช เพื่อช่วยปรับสมดุล บำบัด และผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ 🌸 ส่วนผสมเด่นจากธรรมชาติ Aromatherapy Skincare เป็นไลน์สกินแคร์ธรรมชาติที่เข้าใจง่าย ราคาเข้าถึงได้ เหมาะสำหรับผิวธรรมดาถึงแห้ง มุ่งเน้นการเติมความชุ่มชื้น ให้ผิวแลดูสุขภาพดีจากธรรมชาติเราอยากให้คุณได้พบกับ ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ Aromatherapy ตัวโปรดชิ้นใหม่ จากไลน์นี้ 💛 ปีนี้ยังมี นวัตกรรมใหม่ๆ อีกมากมาย ที่จะมอบประสบการณ์การดูแลผิวจากธรรมชาติอย่างแท้จริง —ถึงเวลาแล้วที่จะลองค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ใช่สำหรับคุณ! 🌿

  • เปล่งประกายผิวสวยด้วยน้ำมันโรสฮิป

    Glow up with Rosehip Oil– เพื่อผิวที่นุ่ม ชุ่มชื้น และดูมีออร่าธรรมชาติ ผิวสวยเปล่งปลั่งด้วยน้ำมันโรสฮิป – สมบัติจากธรรมชาติเพื่อผิวสุขภาพดี น้ำมันโรสฮิปสกัดเย็นจากเมล็ดของดอกกุหลาบป่า (ไม่ใช่จากกลีบดอก) ซึ่งส่วนใหญ่พบในเทือกเขาแอนดีส และบางพื้นที่ในแอฟริกาและยุโรป น้ำมันนี้อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อผิว จึงกลายเป็นหนึ่งในส่วนผสมโปรดของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจาก Natio ที่ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและดูมีชีวิตชีวา เพราะเหตุผลดีๆ แบบนี้: 🌟 วิตามินรวมเพื่อผิวสวย น้ำมันโรสฮิปมีทั้งวิตามิน A, C และ E ซึ่งล้วนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากมลภาวะ แสงแดด และปัจจัยทำร้ายผิวต่างๆ จากสิ่งแวดล้อม พร้อมลดการเกิดอนุมูลอิสระที่เร่งให้ผิวแก่เร็ว 💧 เติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก นอกจากวิตามิน E แล้ว น้ำมันโรสฮิปยังมีกรดไขมันจำเป็นโอเมก้า 3 และ 6 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาเกราะป้องกันผิว ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ยาวนาน ลดปัญหาผิวแห้งลอก ผิวจึงรู้สึกนุ่ม สบาย และดูอิ่มน้ำอยู่เสมอ ผลลัพธ์ที่คุณสัมผัสได้: ผิวสงบ นุ่ม ชุ่มชื้น ดูสุขภาพดี และเปล่งปลั่งแบบธรรมชาติ…

  • น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) ดีอย่างไร?

    น้ำมันหอมระเหย (Essential oil) คือน้ำมันที่เป็นผลจากการสกัดมาจากพืชสมุนไพร ดอกไม้ ผลไม้นานาชนิด อาจสกัดมาจาก ดอก ใบ ผล ก้าน เปลือก ส่วนไหนของพืชก็ได้ วิธีที่นิยมคือการสกัดโดยใช้วิธีการกลั่นด้วยไอน้ำ และการใช้สารเคมีเป็นตัวช่วยกลั่นแยกสารที่เป็นน้ำมันหอมระเหยที่แท้จริงออกมา เป็นสารสกัดที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของพืชนั้นๆ มักนิยมใช้ในการดูแลสุขภาพและสกินแคร์ แต่ก็มีข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาดังนี้: ข้อดีของ Essential Oil: ข้อเสียของ Essential Oil: การใช้น้ำมันหอมระเหยควรพิจารณาอย่างรอบคอบ และทดลองการใช้ในพื้นที่เล็กน้อยก่อนการนำมาใช้ทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหรืออาการแพ้บนผิวหนังของคุณ. กระบวนการการทำงานของน้ำมันหอมระเหย น้ำมันหอมระเหยสารมารถออกฤทธิ์ผ่านการซึมเข้าผิวหนัง ผ่านเข้าไปทำปฎิกิริยาทางเคมีกับฮอร์โมน หรือเอนไซม์ต่างๆ ในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการความรู้สึกนึกคิด ออกฤทธิ์ผ่านการสูดดมไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเคมีออกมา เช่น น้ำมันหอมระเหยกลิ่นแคลรีเซจ และกลิ่นเกรพฟรุต จะช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารสื่อประสาทกลุ่มเรียกว่า Enkephalins, Serotonin, Endorphins ออกมาช่วยลดความเจ็บปวดได้ ช่วยให้ผ่อนคลาย และสงบลงได้ เนื้อหาบางส่วน: เอกสารอ้างอิง –นันท์ชนก เปียแก้ว และคณะ (2558) ผลของการสูดดมน้ำมันลาเวนเดอร์ที่มีต่อการลดความเครียด และคลื่นสมองของหญิงวัยรุ่น, วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ;16(2)-ลลิตา วีระเสถียร (2541) การบำบัดด้วยความหอม….

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *