Natural

5 ข้อดีในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

ผู้หญิงกับความสวยงามเป็นของคู่กัน..จึงไม่แปลกที่จะสรรหาผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาดูแลผิวให้น่ามองอยู่เสมอ  ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางก็มีให้เลือกอย่างมากมายจนเลือกไม่ถูก  บางครั้งซื้อมาแล้วยังต้องลุ้นว่าผิวจะแพ้ด้วยรึป่าว..หรือบางผลิตภัณฑ์แทนที่จะช่วยให้ผิวดีขึ้นกลับให้ผลร้ายกับผิวมากกว่า…ดังนั้นสิ่งสำคัญในการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิว..ต้องพิจารณาส่วนผสมที่ปลอดภัยต่อผิวและมีประสิทธิภาพด้วย..ทางเลือกหนึ่งที่อาจช่วยคุณได้ก็คือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติซึ่งไม่มีสารเคมี ปลอดภัยต่อผิวแน่ๆ  ผลิตภัณ์จากธรรมชาติดีอย่างไร? ลดการระคายเคือง สารเคมี สีสังเคราะห์ และสารอื่นๆ ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ผื่นแดง หรือสิวได้ บางคนอาจแพ้สารเคมีทั่วไปที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ตามท้องตลาด ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเพื่อดูแลผิวน่าจะเป็นทางเลือกที่สวยงามและยั่งยืนกว่า ไม่มีผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ เพื่อเป็นการยืดอายุของผลิตภัณฑ์ จึงมีการใช้พาราเบนส์ (Parabens) ในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม แต่พาราเบนส์เป็นสารสังเคราะห์ที่เลียนแบบการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย จึงเป็นที่กังวลว่าสารชนิดนี้อาจส่งผลต่อระบบเอ็นดอร์คริน (เซลล์ที่ผลิตฮอร์โมน) สารเหล่านี้อาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงที่ยังไม่ทราบแน่ชัด ดีต่อระบบทางเดินหายใจ กลิ่นสังเคราะห์ใส่ลงไปในผลิตภัณฑ์เพื่อกลบกลิ่นสารเคมี นั่นหมายถึงว่าใช้สารเคมีชนิดหนึ่งกลบกลิ่นของสารเคมีอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเมื่อสูดดมแล้วอาจทำให้ปวดศีรษะได้ ส่วนผลิตภัณฑ์ธรรมชาติมีกลิ่นจากส่วนประกอบของธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี และบางชนิดที่ผสมเอสเซนเชียลออยล์ธรรมชาติก็ทำให้มีกลิ่นหอมที่ช่วยให้ผ่อนคลายอีกด้วย ดีต่อร่างกายในระยะยาว ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ผลิตด้วยกระบวนการที่เหมาะสม ดีกว่าผลิตภัณฑ์จากสารเคมีเพราะไม่มีสารเติมเต็มหรือสารก่อให้เกิดการระคายเคือง รวมถึงไม่มีส่วนผสมใดๆ ที่มีผลการวิจัยระบุว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แม้ว่าสารสังเคราะห์อาจดูเหมือนให้ผลชัดเจนกว่าในช่วงแรก แต่หากใช้ไปนานๆ สารเคมีอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้  มีผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า 60% ของสิ่งที่ทาลงไปบนผิวจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติแทนที่จะเป็นสารสังเคราะห์ที่มีความเสี่ยง ดีต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสารเคมีอาจมีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งปล่อยสารเคมีสู่อากาศและแหล่งน้ำ และยังปล่อยลงท่อน้ำทิ้งเวลาใช้ที่บ้านอีกด้วย แต่ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากส่วนประกอบจากธรรมชาติ ก็จะปล่อยสารเคมีสู่สิ่งแวดล้อมน้อยลง และควรใช้ส่วนผสมที่สามารถย่อยสลายได้ในสิ่งแวดล้อมและใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงไม่ควรมีการทดลองผลิตภัณฑ์ใดๆ กับสัตว์โดยเด็ดขาด ข้อมูลจาก: Women.trueid.net

Organic skin care รักผิว รักษ์โลก

สกินแคร์ออร์แกนิค..คืออะไร? สกินแคร์ออร์แกนิค คือ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ผิวกาย หรือเส้นผม ที่มาในรูปแบบของเจล ครีม มอยส์เจอไรเซอร์ต่างๆ โดยใช้วัตถุดิบที่ได้มาจากธรรมชาติ ไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม สารสกัดที่นำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์ต้องสกัดมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ ต้องไม่มีส่วนผสมของสารทำฟอง SLS/SLES, Paraben เป็นต้น  สกินแคร์ออร์แกนิค..แตกต่างอย่างไร? สกินแคร์ออร์แกนิค แตกต่างจากทั่วไป โดยเน้นส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ และไม่มีสารเคมีอันตรายใดๆ เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เลย…และขั้นตอนในการผลิต มีความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อมด้วย สำคัญคือไม่ทดลองในสัตว์ด้วย  ดังนั้นจึงไม่เป็นภัยต่อผิว มีโอกาสแพ้น้อยกว่า และเป็นการดูแลร่างกายด้วยธรรมชาติ ไม่พึ่งสารเคมี มีหลายๆ กรณีที่คนทีแพ้ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายที่ใช้เป็นประจำ เมื่อหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคแล้วหายจากอาการแพ้ และส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อผิวอีกด้วย หลายคนที่กลัวว่าสกินแคร์ออร์แกนิคจะอ่อนโยนไปจนไม่เห็นผลหรือเปล่า เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล เพราะเทคโนโลยีและกระบวนการสกัดในปัจจุบันก้าวหน้าจนสามารถสกัดสารจากธรรมชาติได้ประสิทธิภาพดีไม่ต่างกันกับสกินแคร์ทั่วไปเลยค่ะ และที่สำคัญสกินแคร์ออร์แกนิคสามารถใช้ได้ในระยะยาว ไม่ต้องกลัวจะมีสารตกค้างในผิว แถมยังมีกลิ่นหอมที่ได้จากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (essential oil) ช่วยให้เราผ่อนคลาย ไม่ใช้น้ำหอมสังเคราะห์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองอีกด้วย  อย่าลืมว่า..ผิวเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย และสามารถดูดซึมสารต่างๆ จากผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวได้โดยตรง โดยเฉพาะผิวหน้าและหนังศีรษะ มีข้อมูลจากการวิจัยพบว่าผิวสามารถดูดซึมสารต่างๆ ที่ทาลงบนผิวได้มากถึง 60% และสารต่างๆ ที่ซึมลงไป ไม่ได้อยู่แค่บนผิวของเราเท่านั้น …

Organic skin care รักผิว รักษ์โลก Read More »

Manuka-honey

Manuka Honey ดีอย่างไร?

น้ำผึ้งมานูก้าเป็นน้ำผึ้งที่ได้จากผึ้งที่ผสมเกสรกับต้นมานูก้าที่มีแหล่งกำเนิดและเติบโตตามธรรมชาติในประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำผึ้งที่มีประโยชน์ที่สุดในโลกและได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นอาหารที่มีคุณสมบัติเป็นยาที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งภายในและภายนอก เหตุผลที่ทำให้น้ำผึ้งสายพันธุ์มานูก้านั้นมีราคาสูงก็เพราะคุณค่าและสารอาหารที่มีอยู่สูงกว่าน้ำผึ้งทั่วไป โดยธรรมดาแล้วน้ำผึ้งจะมีสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายอย่างเช่น กรดอะมิโน วิตามินบีรวม และแร่ธาตุต่างๆ อย่างเช่นแคลเซียมและแมกนีเซียมเป็นต้น แต่ภายในน้ำผึ้งมานูก้านั้นจะมีสารอาหารและโภชนาการสูงกว่าถึง 4 เท่า ซึ่งผลวิจัยระบุว่าภายในน้ำผึ้งมานูก้าอุดมไปด้วย Active Antibacterial Anti-Oxidant Honey 650+ (AAH650+) รวมถึงการรวมตัวกันของกรดและสารอาหารที่มากไปด้วยประโยชน์ต่อร่างกาย  น้ำผึ้งมานูก้าดีต่อผิวอย่างไร? เมื่อนำมาทาลงบนผิวน้ำผึ้งมานูก้าจะช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณของเราอย่างครอบคลุม ทั้งในเรื่องของการให้ความชุ่มชื้น, ต่อต้านอนุมูลอิสระ, รักษาแผล และอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่ามีสรรพคุณทางยาสูง โดยอัดแน่นไปด้วยเอนไซม์ที่ผลิตไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ซึ่งช่วยในเรื่องการต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย, ต่อต้านการอักเสบและปลอบประโลมผิว อย่างเช่นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง (Rosacea) หรือสิวเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณที่ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในผิว ซึ่งส่งผลให้ผิวเต้งตึงและแลดูอ่อนเยาว์ LIVING NATURE ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีน้ำผึ้งมานูก้าเป็นส่วนผสมหลัก..นำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ ส่วนผสมธรรมชาติ 100%     ข้อมูลจาก: Vogue beauty