ประโยชน์ของไนอะซินาไมด์

ไนอะซินาไมด์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ วิตามิน B3 เป็นสารต้านการอักเสบที่นิยมนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นหลัก เพื่อช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสและสีผิวสม่ำเสมอ ส่วนผสมที่เชื่อถือได้นี้ยังช่วยเสริมเกราะปกป้องผิว และลดผลกระทบจากความเครียดในแต่ละวัน เช่น มลภาวะ รังสี UV และสารพิษในชีวิตประจำวัน พร้อมช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผิวแห้ง ไนอะซินาไมด์ยังช่วยเติมความชุ่มชื้นที่จำเป็น ด้วยการกระตุ้นการสร้างเซราไมด์ (Ceramides) ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิว
ประโยชน์อื่น ๆ ของไนอะซินาไมด์ (ที่ไม่ได้มีแค่เท่านี้) ได้แก่:

  • ควบคุมความมันบนผิว
  • ลดการปรากฏของรูขุมขน
  • ลดเลือนจุดด่างดำและสีผิวไม่สม่ำเสมอ
  • ลดการเกิดสิว
  • เสริมสร้างเคราตินเพื่อให้ผิวแข็งแรงและดูสุขภาพดี

แล้วเราควรใช้ไนอะซินาไมด์อย่างไร?

ต่างจากสารในกลุ่มกรดตัวอื่นๆ ไนอะซินาไมด์เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ จึงเหมาะกับทุกสภาพผิวและสามารถใช้ได้กับเกือบทุกกิจวัตรการดูแลผิว โดยทั่วไปจะถือว่าเป็นสารออกฤทธิ์ที่อ่อนโยน เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาผลลัพธ์เฉพาะทางโดยไม่ต้องเสี่ยงกับการระคายเคืองเหมือนที่อาจเกิดจากกรดที่รุนแรงกว่า

ไนอะซินาไมด์ยังเข้ากันได้ดีกับเซรั่มหรือครีมประเภทอื่นๆ เช่น เรตินอล, กรดไฮยาลูโรนิก, วิตามินซี และ AHA ดังนั้นไม่ต้องกลัวที่จะลองใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ

จากผลการวิจัยพบว่า ไนอะซินาไมด์สามารถช่วยลดความลึกของริ้วรอยได้ ดังนั้นเซรั่มสูตรนี้จึงอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการผิวเปล่งปลั่ง สดใส และอ่อนเยาว์ เพียงหยดเซรั่ม 2-3 หยดลงบนผิวที่สะอาด แล้วนวดเบา ๆ จนซึมเข้าสู่ผิว สูตรเซรั่มเนื้อน้ำนมนี้ควรใช้ก่อนเซรั่มที่มีน้ำมันเป็นหลัก และก่อนลงมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการดูดซึม
เช่นเดียวกับหลายสิ่งในชีวิต กุญแจสู่ความสำเร็จคือ “ความสม่ำเสมอ”
ประโยชน์ของไนอะซินาไมด์ไม่ได้เห็นผลทันที และการเปลี่ยนแปลงของผิวมักจะเริ่มสังเกตได้หลังจากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ถึง 4 สัปดาห์ หากใช้วันละสองครั้ง
ดังนั้น หากต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน ขอให้คุณอดทนและใช้เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอในกิจวัตรการดูแลผิวของคุณค่ะ

ผลิตภัณฑ์ NATIO ที่แนะนำ..

Similar Posts

  • พลังจากทับทิม

    อัญมณีล้ำค่าสำหรับผิวสวยเปล่งประกายหากคุณเคยผ่าทับทิม จะรู้ทันทีว่าผลไม้นี้ไม่ธรรมดา เมล็ดสีแดงสดดุจอัญมณี เต็มไปด้วยพลังและความมีชีวิตชีวา นอกจากจะเป็นซูเปอร์ฟู้ดแล้ว ทับทิม โดยเฉพาะน้ำมันเมล็ดทับทิม ยังถือเป็น “ซูเปอร์สกินฟู้ด” ที่ช่วยทำความสะอาด ปกป้องผิว และเพิ่มความกระจ่างใสอย่างทรงพลัง ทับทิมจึงไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่กลายเป็นส่วนผสมหลักในสกินแคร์จากพืชคุณภาพสูง เช่นในสูตรของ Natio พลังแอนติออกซิแดนท์เข้มข้นน้ำมันเมล็ดทับทิมอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น โพลีฟีนอล และเอลลาจิกแอซิด ช่วยต่อสู้กับอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุของผิวแก่ก่อนวัย ปกป้องผิวจากแสงแดด มลภาวะ และความเครียดในชีวิตประจำวัน ผลลัพธ์คือผิวดูสดใสขึ้น ริ้วรอยดูนุ่มลง และผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ซูเปอร์ฟรุตที่เหมาะกับทุกสภาพผิวแม้ทับทิมจะโดดเด่นในกลุ่มผิววัยผู้ใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วเหมาะกับทุกสภาพผิว ด้วยคุณสมบัติช่วยกระชับและทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน จึงดีต่อผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวด้วยน้ำมันเมล็ดทับทิมยังมี พูนิซิกแอซิด (Omega-5) ช่วยซ่อมแซมผิว ลดการอักเสบ เหมาะสำหรับผิวที่อ่อนล้า ระคายเคือง หรือถูกทำร้ายจากปัจจัยภายนอก อัญมณีบำรุงผิวอเนกประสงค์ไม่ว่าคุณจะโฟกัสเรื่องผิวโกลว์ การป้องกันริ้วรอย หรือการฟื้นฟูผิว น้ำมันเมล็ดทับทิม คือส่วนผสมที่ช่วยได้ครบ ทั้งปกป้อง ปลอบประโลม ฟื้นฟู และเสริมความแข็งแรงให้ผิวเป็นภูมิปัญญาธรรมชาติที่สืบทอดมายาวนาน พร้อมการพิสูจน์จากวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ ที่ Natio ทับทิมถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหลายสูตร ไม่เพียงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แต่ยังเสริมเกราะป้องกันผิว…

  • Natio คว้ารางวัลแบรนด์เครื่องสำอางอันดับ 1 จาก Canstar Blue อีกครั้ง!

    Natio ได้รับการจัดอันดับเป็น แบรนด์เครื่องสำอางอันดับ 1 ด้านความพึงพอใจของลูกค้า จากการรีวิวของ Canstar Blue โดยได้รับคะแนน 5 ดาวในด้านความคงทนของผลิตภัณฑ์ เนื้อสัมผัส บรรจุภัณฑ์ ความคุ้มค่า กลิ่น และความพึงพอใจโดยรวม นี่เป็นครั้งที่สองที่ Natio ได้รับรางวัลนี้ ต่อจากปี 2022 🎉 ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Max Ross กล่าวว่า“เรารู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าชาวออสเตรเลีย สำหรับเราที่เป็นธุรกิจครอบครัว ความไว้วางใจนี้มีคุณค่ามหาศาล เราภูมิใจที่ได้มอบเครื่องสำอางคุณภาพสูง ปราศจากการทดลองกับสัตว์ ที่เน้นความงามตามธรรมชาติและความงามจากภายในมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี” Canstar Blue เป็นองค์กรอิสระที่ช่วยผู้บริโภคออสเตรเลียตัดสินใจซื้อสินค้าอย่างมีข้อมูล โดยจัดทำการเปรียบเทียบ รีวิว และจัดอันดับสินค้าหลากหลายประเภท รวมถึงหมวดเครื่องสำอางและเมกอัพ [คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดอันดับของ Canstar Blue]

  • น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) ดีอย่างไร?

    น้ำมันหอมระเหย (Essential oil) คือน้ำมันที่เป็นผลจากการสกัดมาจากพืชสมุนไพร ดอกไม้ ผลไม้นานาชนิด อาจสกัดมาจาก ดอก ใบ ผล ก้าน เปลือก ส่วนไหนของพืชก็ได้ วิธีที่นิยมคือการสกัดโดยใช้วิธีการกลั่นด้วยไอน้ำ และการใช้สารเคมีเป็นตัวช่วยกลั่นแยกสารที่เป็นน้ำมันหอมระเหยที่แท้จริงออกมา เป็นสารสกัดที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของพืชนั้นๆ มักนิยมใช้ในการดูแลสุขภาพและสกินแคร์ แต่ก็มีข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาดังนี้: ข้อดีของ Essential Oil: ข้อเสียของ Essential Oil: การใช้น้ำมันหอมระเหยควรพิจารณาอย่างรอบคอบ และทดลองการใช้ในพื้นที่เล็กน้อยก่อนการนำมาใช้ทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหรืออาการแพ้บนผิวหนังของคุณ. กระบวนการการทำงานของน้ำมันหอมระเหย น้ำมันหอมระเหยสารมารถออกฤทธิ์ผ่านการซึมเข้าผิวหนัง ผ่านเข้าไปทำปฎิกิริยาทางเคมีกับฮอร์โมน หรือเอนไซม์ต่างๆ ในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการความรู้สึกนึกคิด ออกฤทธิ์ผ่านการสูดดมไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเคมีออกมา เช่น น้ำมันหอมระเหยกลิ่นแคลรีเซจ และกลิ่นเกรพฟรุต จะช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารสื่อประสาทกลุ่มเรียกว่า Enkephalins, Serotonin, Endorphins ออกมาช่วยลดความเจ็บปวดได้ ช่วยให้ผ่อนคลาย และสงบลงได้ เนื้อหาบางส่วน: เอกสารอ้างอิง –นันท์ชนก เปียแก้ว และคณะ (2558) ผลของการสูดดมน้ำมันลาเวนเดอร์ที่มีต่อการลดความเครียด และคลื่นสมองของหญิงวัยรุ่น, วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ;16(2)-ลลิตา วีระเสถียร (2541) การบำบัดด้วยความหอม….

  • ช่องปากสุขภาพดี แม้ไม่ใช้ฟลูออรไรด์

    เมื่อพูดถึงเรื่องสุขภาพช่องปาก ยาสีฟันถือเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา อย่างไรก็ตาม มีการถกเถียงกันอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการใช้ฟลูออไรด์ในยาสีฟัน ฟลูออไรด์เป็นแร่ธาตุที่มักเติมลงในผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรม มีทั้งผู้สนับสนุนและฝ่ายตรงข้าม ในบทความนี้จะบอกถึงผลกระทบของฟลูออรไรด์และทางเลือกอื่นๆ ฟลูออรไรด์มีประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นป้องกันฟันผุ, ช่วยเคลือบฟัน, ยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรีย ฯลฯ แต่ก็มีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพของฟลูออไรด์ เช่น ผลกระทบต่อต่อมไทรอยด์ และพิษต่อระบบประสาทที่อาจเกิดขึ้น ความกังวลเหล่านี้ทำให้บางคนหันไปหาทางเลือกอื่นสำหรับยาสีฟันที่ปราศจากฟลูออไรด์ ทางเลือกอื่นสำหรับยาสีฟันที่ปราศจากฟลูออไรด์ สรุป การตัดสินใจที่จะ หลีกเลี่ยงฟลูออไรด์ในยาสีฟัน เป็นเรื่องส่วนตัวขับเคลื่อนด้วยความกังวลและความชอบ แม้ว่าฟลูออไรด์จะมีประโยชน์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในการป้องกันฟันผุ แต่บางคนอาจเลือกที่จะสำรวจทางเลือกอื่นที่ปราศจากฟลูออไรด์ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและต้องการดูแลช่องปากด้วยวิธีธรรมชาติมากขึ้น ท้ายที่สุดแล้ว การรักษาสุขอนามัยในช่องปากที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าฟลูออไรด์จะรวมอยู่ในยาสีฟันของคุณหรือไม่ก็ตาม ที่มา: เรียบเรียงบทความจากงานเขียนของคุณคริสติน ลอว์เรนซ์ Cinoll

  • ปัญหาใต้ตาคล้ำเกิดจากอะไร?

    รอยคล้ำรอบดวงตาเป็นปัญหาผิวอย่างหนึ่งที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อยๆ ทั่วไป ถ้าหากคุณกำลังประสบกับปัญหาดังกล่าวอยู่ คุณอาจเกิดคำถามว่า “ทำไมต้องเป็นฉันด้วย?” ซึ่งเราเข้าใจความรู้สึกนี้ดี และมันทำให้เราต้องทำการค้นคว้าวิจัยเพื่อหาสาเหตุให้ได้ว่า ปัญหานี้เกิดจากอะไร สิ่งที่เราค้นพบก็คือ สาเหตุของการเกิดปัญหาขอบตาดำคล้ำนั้นมีมากมาย ซึ่งบางอย่างก็อาจทำให้คุณประหลาดใจ! สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดขอบตาดำคล้ำ และหายยาก มีดังนี้: การอยู่ท่ามกลางแสงแดดโดยไม่ได้มีการทาผลิตภัณฑ์ป้องกันแดดเลยมาเป็นเวลานานหลายปี (การตากแดดเพื่อทำให้ตัวเองมีสีผิวคล้ำ หรือการเข้าไปใช้บริการย้อมผิวให้คล้ำ คือ สิ่งที่เลวร้ายที่สุด) เป็นสาเหตุที่นำไปสู่การสร้างเม็ดสีผิวให้เข้มเกินไปจนปรากฏออกมาให้เห็นผ่านผิวอันบอบบางบริเวณรอบดวงตา การไหลเวียนของโลหิตที่ปรากฏให้เห็นผ่านผิวอันบอบบางบริเวณรอบดวงตา หรือที่เรียกกันว่า รอยคล้ำที่เกิดจากหลอดเลือด (vascular dark circles) การใช้ส่วนผสมที่กระทำรุนแรงหรือกระด้างต่อผิว โดยเฉพาะผิวบริเวณรอบดวงตา ซึ่งรวมถึงส่วนผสมที่ให้กลิ่นหอมด้วย อาการแพ้ต่างๆ กรรมพันธุ์ เช่น สมาชิกภายในครอบครัวเป็นผู้ที่มีแนวโน้มที่จะมีขอบตาดำคล้ำ การเกิดจากเงาตามธรรมชาติ เนื่องจากเป็นผู้ที่มีเบ้าตาลึก การเกิดเงาอันเนื่องจากผิวหย่อนคล้อย และสูญเสียความตึงกระชับ ปัญหาผิวรอบดวงตาแห้ง และขาดความชุ่มชื้น ซึ่งสะสมขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เกิดผิวหมองคล้ำและสูญเสียความกระจ่างใส นิสัยชอบขยี้ตา ซึ่งจะสร่างความเสียหายแก่ผิวอันบอบบางรอบดวงตามากขึ้นเรื่อยๆ ที่น่าประหลาดใจ คือ การอดหลับอดนอนกลับไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาขอบตาดำคล้ำ –แต่การนอนหลับไม่เพียงพอเป็นสิ่งที่ทำให้ปัญหาขอบตาดำคล้ำที่เป็นอยู่แล้วดูเลวร้ายลงมากยิ่งขึ้น ซึ่งนี่คงเป็นเรื่องที่หลายคนทราบดีอยู่แล้ว ถ้าหากคุณเป็นผู้ที่มีปัญหาขอบตาดำคล้ำ และเคยพยายามที่จะทำให้ปัญหานี้หมดไป ก็แน่ใจได้เลยว่าคุณต้องเคยพบกับผิดหวังมาแล้วแน่ๆ จริงอยู่ที่คุณไม่อาจทำให้ปัญหาขอบตาดำคล้ำนั้นหายไปอย่างถาวรได้ แต่ก็ยังมีผลิตภัณฑ์ถนอมผิวบางชนิด หรือการรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญบางอย่างที่อาจมอบผลลัพธ์อันน่าประทับใจได้…

  • ผิวชุ่มชื้น ปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน

    ส่วนผสมสกินแคร์บางอย่างมาแล้วก็ไปตามกระแส แต่ ว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) ไม่ใช่หนึ่งในนั้น Aloe Barbadensis Leaf Juice หรือที่รู้จักกันดีว่าน้ำว่านหางจระเข้ เป็นฮีโร่ของการดูแลผิวมาหลายชั่วอายุคน และยังเป็นส่วนผสมที่ Natio เลือกใช้มากว่า 30 ปี แม้ชื่อจะดูเรียบง่าย แต่คุณประโยชน์นั้นไม่ธรรมดาเลย ปลอบประโลม เติมน้ำ และอ่อนโยนต่อผิวว่านหางจระเข้ขึ้นชื่อเรื่องการช่วยปลอบประโลมและเพิ่มความชุ่มชื้น สกัดจากเนื้อใสด้านในของใบ ซึ่งมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก จึงช่วยดึงและกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดี เหมาะมากสำหรับผิวแห้ง ผิวระคายเคือง โดยเฉพาะหลังโดนแดดหรือหลังการผลัดเซลล์ผิว เนื้อสัมผัสบางเบา ให้ความเย็นสดชื่น ไม่เหนอะหนะหรือมันผิว เหมาะกับอากาศร้อนชื้นเป็นพิเศษ มากกว่าความชุ่มชื้นนอกจากเติมน้ำให้ผิวแล้ว ว่านหางจระเข้ยังอุดมด้วยวิตามิน A, C และ E รวมถึงเอนไซม์และกรดอะมิโน ที่ช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูผิวตามธรรมชาติ เมื่อใช้ต่อเนื่อง ผิวจะดูเรียบเนียน สงบ และเปล่งปลั่งสุขภาพดีเหมือนผิวหลังทำทรีทเม้นต์ ใช้ได้กับทุกสภาพผิวจุดเด่นอีกอย่างคือความอเนกประสงค์ ผิวแพ้ง่ายก็ช่วยปลอบประโลม ผิวมันก็ให้ความชุ่มชื้นโดยไม่อุดตัน ผิวไหม้แดด เครียด หรือเสียสมดุล ว่านหางจระเข้ก็ช่วยดูแลได้อย่างอ่อนโยน จึงพบได้ในผลิตภัณฑ์หลากหลาย ตั้งแต่เจล มาสก์บำรุง ครีมบำรุง…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *