วิตามินซี

ซีบัคธอร์น (SEA BUCKTHORN)มีประโยชน์ต่อผิวอย่างไร?

เจ้าพืชชื่อแปลก sea buckthorn มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hippophae Rhamnoides ซึ่งเป็นพืชจำพวกไม้พุ่มในตระกูล Elaeagunus ซีบัคธอร์นพบกระจายอยู่ทั่วไปทั้งแถบเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ โดยมากจะขึ้นในแถบที่มีอากาศหนาวเย็นเพราะสามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่แห้งแล้งหรือดินทราย สามารถทนต่อสภาพหนาวจัดและดินเค็มได้ดี เพราะสาเหตุนี้จึงทำให้มันสามารถกักเก็บคุณประโยชน์ไว้ได้อย่างครบถ้วนไม่มีตกหล่นไปแม้แต่ข้อเดียว  ในปัจจุบันวงการอุตสาหกรรมความงามต้องสั่นสะเทือน! เมื่อมีเจ้าพืชซีบัคธอร์นได้เข้ามาในวงการผลิตภัณฑ์ความงามนี้ จากผลการวิจัยมากมายเกี่ยวกับพืชชนิดนี้ พบว่า ผลของซีบัคธอร์นที่จะมีเมล็ดสีดำเล็กๆ เพียง1เมล็ดในนั้น มันคือ1เมล็ดที่ล้ำค่าและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ทำให้ส่วนนั้นนิยมถูกนำมาสกัดเอาน้ำมัน เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต่างๆ เช่น น้ำมันบำรุงผิวหน้า,ครีมทาผิว,โลชั่น,สบู่,ลิปบาล์ม,น้ำมันนวดและอื่นๆ เพราะน้ำมันที่สกัดจากผลซีบัคธอร์นให้คุณประโยชน์ต่อผิวและส่วนอื่นๆในร่างกายได้มากกว่าสารสกัดจากพืชหลายๆ ตัว สารอาหารสำคัญจากน้ำมันซีบัคธอร์น เช่น  1.อุดมไปด้วยวิตามินมากมาย ได้แก่ วิตามิน E,D,A,C และ K เจ้าพืชซีบัคธอร์นมีวิตามินซีสูงมากกว่าผลไม้ทุกๆชนิด มากกว่าส้มถึง 15 เท่า ช่วยในการฟื้นฟูผิวให้ผิวพรรณดูสวย 2.เป็นแหล่งรวมของโอเมก้า (Omega) 7,3,6,9 ช่วยลดการอักเสบของสิวได้ดี 3.มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงถึง 80% ซึ่งเจ้ากรดไขมันนี้เป็นแหล่งสำคัญของการผลิตคอลลาเจน เพื่อสุขภาพของผิว ผม และเล็บ 4.น้ำมันซีบัคธอร์นอุดมไปด้วย S.O.D ( Super Oxide Dismutase สารต้านอนุมูลอิสระ) โดยมีปริมาณเข้มข้นกว่าโสมถึง 4 เท่าช่วยชะลอความแก่ ปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ ลดริ้วรอย ทำให้แลดูอ่อนเยาว์ 5.ช่วยซ่อมแซมและรักษา สร้างเยื่อบุผิวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ช่วยย่นระยะเวลาการซ่อมแซมผิว 3 ระดับคือ จากการ ไหม้ แผล และการเจ็บป่วยจากการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 6.กักเก็บความชุ่มชื่นของผิวได้ดีเยี่ยม …

ซีบัคธอร์น (SEA BUCKTHORN)มีประโยชน์ต่อผิวอย่างไร? Read More »

whitening

ไวท์เทนนิ่ง(WHITENING)ตัวไหนใช้แล้วเวิร์ค

ว่ากันด้วยเรื่องขาว ใส…ใครๆ ก็อยากมีผิวขาว กระจ่างใสกันทั้งนั้น จึงไม่แปลกที่ผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งในบ้านเราจะขายดี และมีให้เลือกมากมาย..แต่..เราจะรู้ได้อย่่างไรว่าส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง(Whitening)แบบไหนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ..มาดูกัน… 1. Alpha Hydroxy Acid (AHA)          AHA เป็นกรดผลไม้ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวและกระตุ้นการเกิดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น และยังช่วยลดเลือนริ้วรอย (anti-aging) อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การใช้ AHA ในครีมควรมีความเข้มข้นไม่เกิน 5-10% ไม่อย่างนั้นอาจเกิดผลข้างเคียงได้ หากสงสัยว่ามีอาการแพ้หรือระคายเคือง ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ทันทีค่ะ 2. Beta Hydroxy Acid (Salicylic acid)          Salicylic Acid ควรมีความเข้มข้นไม่เกิน 2% เนื่องจากความเข้มข้นสูงจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงซึ่งเป็นอันตรายได้ ส่วนใหญ่พบในเครื่องสำอางกลุ่มรักษาสิวค่ะ เพราะนอกจากจะช่วยผลัดเซลล์ผิวแล้ว ยังช่วยลดการอุดตันของสิวได้ดีอีกด้วย 3. Ascorbic acid หรือ Vitamin C    …

ไวท์เทนนิ่ง(WHITENING)ตัวไหนใช้แล้วเวิร์ค Read More »

brown-spot

“ฝ้า” เกิดจากอะไร? และรักษาได้อย่างไร?

เดือนที่อากาศร้อนจัดอย่างเมษายนทำให้สาวๆ กังวลเรื่องผิวถูกทำร้ายจากแสงแดด โดยเฉพาะผิวหน้า มักเกิดปัญหาฝ้าที่มีลักษณะเป็นแผ่น หรือปื้นสีน้ำตาลเข้ม พบมากสุดบริเวณผิวสัมผัสต่อแสง เช่น โหนกแก้ม สันจมูก หน้าผาก และบริเวณเหนือริมฝีปาก ซึ่งหลายคนยังสงสัยว่า จริงๆ แล้ว ฝ้าเกิดจากอะไรกันแน่ วันนี้เราจะมาดูกันค่ะ ฝ้าเกิดจากอะไร? ฝ้าเกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีที่ทำงานมากผิดปกติ ทำให้ผิวบริเวณดังกล่าวมีสีเข้มเป็นปื้น แต่ไม่ได้มีจำนวนเซลล์เมลาโนไซต์มากเหมือนรายที่เป็นกระ ฝ้านั้นยังเกิดได้จากหลายปัจจัย แพทย์จึงยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ส่วนสาวๆ ที่รักการแต่งหน้า หรือบำรุงหน้ามากเกินไปก็เป็นฝ้าได้นะคะ เพราะส่วนผสมต่างๆ ทั้งสารปรุงแต่ง น้ำหอม สารกันเสีย จะทำให้ผิวอักเสบและกระตุ้นเซลล์เมลาโนไซต์ให้ผลิตเม็ดสีเมลานินมากขึ้น ฝ้าเกิดกับใครได้บ้าง ? เพศหญิงมักจะเกิดฝ้ามากกว่าเพศชายถึง 9-10 เท่า ซึ่งสัมพันธ์กับระดับฮอร์โมนเพศที่เพิ่มขึ้นค่ะ โดยเห็นชัดเจนมากที่สุดในรายที่ตั้งครรภ์ช่วง 3 เดือนสุดท้าย คุณแม่มักจะเป็นฝ้า หรือมีฝ้าเข้มขึ้นกว่าเดิม เรียกกันว่า The Mask of Pregnancy แต่ส่วนใหญ่จะจางหายไปหลังจากคลอดน้อง เพราะระดับฮอร์โมน เริ่มคืนสู่ภาวะปกตินั่นเอง ส่วนสาวๆ ที่รับประทานยาคุมกำเนิด หรือได้รับฮอร์โมนทดแทนก็เป็นฝ้าได้เช่นกันค่ะ หากต้องการคุมกำเนิดควรปรึกษาสูติ-นรีแพทย์ เพื่อเลือกวิธีคุมกำเนิดวิธีอื่นก็เป็นทางออกที่ดีค่ะ ฝ้ายังเกิดในสาวๆ ผิวเข้ม อย่างสาวเอเชียด้วยนะคะ รวมถึงละตินอเมริกา อัฟริกันและตะวันออกกลาง …

“ฝ้า” เกิดจากอะไร? และรักษาได้อย่างไร? Read More »

Vitamin C

วิตามินซี..มีประโยชน์อย่างไร?

วิตามินซี มีสรรพคุณช่วยผิวให้ใสกระจ่างขึ้น ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอเท่ากัน และขณะเดียวกันก็ช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นด้วย ประโยชน์ของวิตามิน ซี ในขั้นตอนการดูแลผิวของคุณ เมื่อคุณใช้วิตามินซี ในขั้นตอนการดูแลผิว  วิตามินซีจะมอบคุณประโยชน์หลายประการให้กับผิวของคุณ ตั้งแต่การปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ปกป้องผิวจากผลกระทบของมลภาวะ เพิ่มความชุ่มชื้นผิว และช่วยคงความอ่อนเยาว์ของผิวให้ยาวนานขึ้น! กรดแอสคอร์บิค: วิตามินซี ชั้นเลิศ ในบรรดารูปแบบต่างๆ ของวิตามินซี กรดแอสคอร์บิค คือ สารต้านอนุมูลอิสระที่ถือว่าเป็นดาวเด่นดวงหนึ่งที่มีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระซึ่งผ่านการพิสูจน์แล้วว่าช่วยให้ผิวรู้สึกตึงกระชับขึ้น นอกจากนั้นยังมีงานวิจัยที่สนับสนุนว่า ส่วนผสมทรงอานุภาพนี้สามารถช่วยปรับสีผิวให้ใสกระจ่างและสม่ำเสมอได้อย่างชัดเจน กรดแอสคอร์บิค หรือที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า กรดแอล-แอสคอร์บิค เป็นกรดที่มีผลงานวิจัยสนับสนุนมากที่สุดเมื่อเทียบกับ วิตามินซี ในรูปแบบอื่น ด้วยเหตุผลดังกล่าว กรดแอสคอร์บิค จึงเป็นรูปแบบของวิตามินซี ที่เรานำมาใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ของ Paula’s Choice บ่อยที่สุด กรดแอสคอร์บิค นั้นหากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม (เนื่องจากส่วนผสมนี้ต้องการความพิถีพิถันมาก) ในผลิตภัณฑ์ มันจะทำให้ผิวรู้สึกได้ถึงความตึงกระชับและแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น และขณะเดียวกันก็ช่วยขจัดปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอและรอยคล้ำต่าง ๆ ให้จางลงด้วย นอกจากนั้น กรดแอสคอร์บิค ยังช่วย ผิวชั้นบนสุดปกป้องตนเองจากมลภาวะภายนอก ส่งผลให้ผลกระทบจากการเผชิญมลภาวะลดน้อยลง นอกจากนั้น กรดแอสคอร์บิคจะกลายเป็นแหล่งพลังงานทันทีเมื่อนำไปผสมกับสารต้านอนุมูลชนิดอื่น และนั่นได้กลายเป็นหลักปรัชญาพื้นฐานของ Paula’s Choice …

วิตามินซี..มีประโยชน์อย่างไร? Read More »

5 ส่วนผสมที่ช่วยต่อต้านริ้วรอย

1. สารแอนตี้ออกซิแด้นท์ พืชส่วนมากมีสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ ซึ่งมีปริมาณแตกต่างกันไปโดยมีคุณสมบัติช่วยกำจัดอนุมูลอิสระซึ่งเป็นอนุภาคขนาดเล็กที่ทำลาย DNA ภายในเซลล์ส่งผลให้เกิดริ้วรอย ผิวแห้ง รอยคล้ำใต้ดวงตาผิวหมองคล้ำ ฯลฯ ทั้งนี้ให้คุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ที่ช่วยฟื้นฟูความเสียหายของผิวและชะลอกระบวนการชราภาพ ตัวอย่างเช่น น้ำมันอาซาอี กรดอัลฟาไลโปอิก สารสกัดจากชาเขียว เรตินอล โคเอนไซส์ Q10 คาเฟอีน กรดอัลฟาไฮดรอกซี กรดซาลิซิลิก ฯลฯ 2. เรตินอล เรตินอลเป็นสารที่มักถูกนำมาใส่ในครีมชนิดต่างๆ ทั้งนี้เรตินอลมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มคอลลาเจนให้ร่างกายทำให้ผิวดูอิ่มเอิบ ลดริ้วรอยบางๆ และผิวเหี่ยวย่น นอกจากนี้เรตินอลยังช่วยทำให้สีผิวมีความสม่ำเสมอมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเรตินอล อาจทำให้ผิวชั้นบนสุดแห้ง และตกสะเก็ด ซึ่งการทาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวตอนกลางคืนและทามอยส์เจอไรเซอร์ และครีมกันแดดตอนเช้าวันถัดมาคือวิธีที่ดีที่สุด 3. กรดไฮยาลูรอนิก ร่างกายของเราผลิตกรดไฮยาลูรอนิกได้ตามธรรมชาติ โดยพบได้ในผิวหนัง น้ำหล่อลื่นข้อต่อ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน แต่อายุที่มากขึ้น การสูบบุหรี่และการทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพสามารถทำให้กรดชนิดนี้ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป อย่างไรก็ดีผลิตภัณฑ์ที่มีกรดไฮยาลูรอนิกอาจช่วยทำให้ผิวเรียบเนียนซึ่งมันจะทำงานได้ดีเมื่อคุณใช้คู่กับผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินซี แม้ว่าสกินแคร์ที่มีส่วนผสมข้างต้นจะช่วยให้ผิวของคุณไม่แก่ก่อนวัย หรือป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผิวตามมาเมื่ออายุมากขึ้น แต่คุณก็อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย และทานอาหารควบคู่กันไปด้วยค่ะเพราะสิ่งเหล่านี้ก็มีส่วนช่วยให้เรามีสุขภาพผิวดี 4. โคเอนไซม์ Q10 ร่างกายของคุณผลิตสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ชนิดนี้ตามธรรมชาติ เพื่อกำจัดอนุมูลอิสระในเซลล์ เมื่อคุณอายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตโคเอนไซม์ …

5 ส่วนผสมที่ช่วยต่อต้านริ้วรอย Read More »