Category: ต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย

วิธีฟื้นฟูผิวหน้าหมองคล้ำ..ให้เปล่งปลั่งอีกครั้ง

ปัญหาหน้าหมองคล้ำนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด มลภาวะต่างๆ ความเครียด การนอนดึก รวมทั้งการไม่บำรุงดูแลผิวนั่นเอง ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลให้ผิวหน้าดูหมองคล้ำ ไม่มีสง่าราศี ทั้งยังแลดูไม่สดใส อีกทั้งเป็นต้นเหตุที่มาของปัญหาริ้วรอยและจุดด่างดำต่างๆ อีกด้วย ผิวหน้าหมองคล้ำแก้ไขได้โดย: 1. ใช้ครีมกันแดด ควรปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดดทุกวันแม้ในวันที่ไม่มีแดด และควรเลือกครีมกันแดดที่ป้องกันผิวจากรังสียูวีเอและยูวีบีได้ โดยมีค่าป้องกันแสงแดด (SPF) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป และควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง เมื่อต้องอยู่กลางแจ้งในตอนกลางวัน 2. ผลัดเซลล์ผิว เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่มีส่วนผสมของ AHA ซึ่งทำหน้าที่ผลัดเซลล์ผิวที่เสียหายจากการทำร้ายของแสงแดดให้หลุดออกไป  กระตุ้นให้ผิวสร้างเซลล์ใหม่ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ทำให้ผิวหน้าดูสว่างและกระจ่างใสขึ้น ทั้งยังคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ผิวหน้า 3. ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยมีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น Vitamin C,  Vitamin B3 สามารถปรับปรุงแก้ไขปัญหาสีผิวไม่เท่ากันได้อย่างเห็นผล และช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งกระจ่างใสขึ้น  4. พักผ่อนให้เพียงพอ  การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6 – 8 ชั่วโมง และนอนในช่วงที่ Growth Hormone ทำงาน ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้เป็นฮอร์โมนที่จะช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมร่างกาย […]

Read more

ผิวสวย..ด้วยวิตามินซี

รู้ไหมว่ามี ประโยชน์จากวิตามินซี อยู่มากมาย เราคงได้ยินเรื่องวิตามินซีดีต่อสุขภาพร่างกายของเรา ห่างไกลจากไข้หวัด แล้ววิตามินซีกับผิวเราล่ะ มันจะให้ประโยชน์กับผิวเราอย่างไรบ้าง ประโยชน์จากวิตามินซี ที่ทำให้ผิวสวยขึ้น 1. เสริมสร้างคอลลาเจน ต่อต้านริ้วรอยแห่งวัยวิตามินซีช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ด้วย ก็เพราะว่าวิตามินซีเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ผิวเราผลิตคอลลาเจนออกมาได้เยอะขึ้น พอผิวเรามีคอลลาเจนเพิ่มมากขึ้น ก็จะแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอยไปด้วย ถ้าหากเราอยากให้ผิวผลิตคอลลาเจนออกมาได้เรื่อยๆ อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับผิว ก็ควรจะเน้นทานอาหารที่มีวิตามินซี 2. เพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิววิตามินซีไม่ได้แค่ลดปัญหาเรื่องริ้วรอยเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับผิวที่หมองคล้ำ ให้กระจ่างใสขึ้นได้ด้วย  ใครที่กำลังประสบปัญหาหน้าหมองล่ะก็ แนะนำว่าให้พุ่งเข้าหาวิตามินซีเลย เหตุผลที่วิตามินซีช่วยให้ผิวเรากระจ่างใสขึ้นได้ก็เพราะว่า วิตามินซีสามารถลดการผลิตเม็ดสีเมลานินในชั้นผิวของเราได้ และยังมีส่วนกระตุ้นให้กลูต้าไธโอนและวิตามินอีผลิตขึ้นเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผิวเราดูสุขภาพดี มีความกระจ่างใสขึ้นค่ะ 3. ลดเลือนจุดด่างดำ รอยสิวใครที่กำลังเจอปัญหารอยแดง รอยดำ หรือพวกจุดด่างดำบนผิวหน้า ที่ไม่รู้จะจัดการยังไงให้มันหายไปสักที แนะนำว่าให้หันมาทาและทานวิตามินซีจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เพราะจากที่บอกไปว่า วิตามินซีมีความสามารถในการเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว ในขณะเดียวกันมันก็ช่วยลดเลือนบริเวณผิวที่รอยดำ หรือส่วนที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ ให้ขาวกระจ่างใสเท่ากันได้อีกด้วย 4.ปกป้องและฟื้นฟูผิวจากแสงแดดประโยชน์ของวิตามินซีที่มีต่อผิวยังไม่หมด รู้ไหมว่า วิตามินซียังต่อสู้กับรังสี UVB ที่เข้ามาทำร้ายผิวเราได้ด้วย เพราะว่าวิตามินซีเป็น antioxidant สามารถยับยั้งสารอนุมูลอิสระต่างๆ ได้ อย่างเช่น แสงแดด แต่เราก็ไม่ได้หมายความว่า แค่ทาและทานวิตามินซีก็ปลอดภัยจากแสงแดดได้แล้วนะ เพียงแค่ว่ามันเป็นวิตามินตัวหนึ่งที่มีความสามารถในการป้องกันและฟื้นฟูผิวจากแสงแดดได้ […]

Read more

ปัญหาใต้ตาคล้ำ..เกิดจากสาเหตุอะไร?

ปัญหาใต้ตาคล้ำ ตาหมีแพนด้า ตาโหล เป็นสิ่งที่สาวๆ มักจะต้องเจอบ่อยๆ แม้จะเมคอัพอย่างไร ก็ไม่สามารถกลบความหมองคล้ำได้ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาตาหมีแพนด้า ก็คือการเข้าใจถึงสาเหตุและรู้วิธีรับมืออย่างถูกต้องนั่นเอง ดังนั้นเรามาดูสาเหตุและวิธีการแก้ปัญหากันเลย 1.พักผ่อนน้อย สาวๆ ส่วนใหญ่มักจะนอนดึก ทำกิจกรรมกลางคืนเป็นประจำ จนทำให้นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ใต้ตาดำคล้ำ บวมเป่ง ซึ่งแก้ไขได้ง่ายที่สุดโดยการปรับเวลานอน จัดเวลาชีวิตใหม่และพักผ่อนให้เร็วขึ้นมากขึ้น ก็จะลดอาการใต้ตาคล้ำลงได้ และอีกสาเหตุหนึ่งที่จะพ่วงตามมาสำหรับคนนอนดึก นั่นก็คือการทานอาหารมื้อดึกก่อนนอนนั่นเอง ซึ่งสาวๆ ควรระวังในเรื่องการทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว อาหารกระป๋องต่างๆ เพราะอาหารเหล่านี้มีปริมาณโซเดียมที่สูง ซึ่งส่งผลให้ร่างกายบวมน้ำและทำให้เกิดปัญหาถุงใต้ตา หรือใต้ตาดำได้ง่าย ดังนั้นถ้าจะทานอาหารมื้อดึกก็ควรเลี่ยงอาหารเหล่านี้ 2.อายุมากขึ้น เมื่อเราอายุมากขึ้น ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดปัญหาริ้วรอยและความดำคล้ำใต้ดวงตาโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะสาวๆ ที่วัยเลย 30+ เนื่องจากปริมาณของไขมันบริเวณผิวหน้าจะลดลง โดยเฉพาะร่องแก้มและรอบดวงตา เมื่อไขมันลด แก้มตอบ ขาดความยืดหยุ่น ก็ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นมาได้ โดยวิธีรับมือของสาเหตุนี้ก็คือการฉีดฟิลเลอร์เพื่อช่วยปรับสภาพผิวใต้ดวงตาให้จางลง และเห็นผลในทันทีนั่นเอง 3. โรคภูมิแพ้ โรคภูมิแพ้มักสร้างอาการติดขัดในการไหลเวียนเลือดบริเวณจมูกและใบหน้า ส่งผลให้เกิดการบวม ทำให้เลือดคั่งบริเวณผิวหนังใต้ตา จนเกิดรอยดำคล้ำอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะสาวๆ ที่แพ้หนัก ซึ่งวิธีรับมือก็คือการรักษาอาการแพ้ให้ทุเลาลงหรือหายไป เพราะหากเรายังมีน้ำมูก จาม […]

Read more
essential oil กับการดูแลผิว

ESSENTIAL Oil กับการดูแลผิว

เมื่อพูดถึง Essential oil หรือน้ำมันหอมระเหย หลายคนคงนึกถึงการนำมาใช้ในสปาหรือการนวดเพื่อผ่อนคลายเป็นหลัก แต่คงมีมีหลายคนที่ยังไม่รู้ว่า essential oil สามารถนำมาใช้กับส่วนอื่นๆ ของร่างกายนอกเหนือจากใช้นวด ใช้สำหรับการดูแลผิวหรือผลิตภัณฑ์ Skin Care ที่มีการใช้มาอย่างยาวนานในหลายประเทศทั่วโลก  Essential oil เป็นน้ำมันที่สกัดจากส่วนต่างๆ ของพืช อย่างดอก ผล เมล็ด ใบ กิ่ง ยาง เปลือก แก่น หรือลำต้น จนได้สารเคมีที่สามารถใช้สูดดมหรือทาตามผิวหนังเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพ ทั้งนี้ จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบจำนวนมากเพื่อกลั่นน้ำมันหอมระเหยให้มีความเข้มข้นสูง จึงทำให้การผลิตแต่ละครั้งได้น้ำมันหอมระเหยในปริมาณน้อยและมักทำให้มีราคาแพง ซึ่งพืชแต่ละชนิดก็จะให้กลิ่นที่แตกต่างกันไป  Essential oil ใช้ดูแลผิวหน้าของเราได้อย่างดี ช่วยรักษาการอักเสบของสิวEssential oil สามารถช่วยลดการอักเสบของสิวได้ โดยจากการศึกษาระดับคลินิกพบว่า tree tea essential oil ช่วยลดการอักเสบของสิวได้ดีและมีผลข้างเคียงน้อยกว่าตัวยาเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักของยาสำหรับการรักษาสิว .ต้านการเจริญเติบโตของเชื้อรา จากการงานวิจัยที่เผยแผร่ในวารสาร “Microbios” ได้ยืนยันว่า essential oil เช่น เจอเรเนียม, ส้ม, ตะไคร้หอม สามารถต้านเชื้อราได้ […]

Read more
anti-aging

ลดริ้วรอยด้วยวิธีธรรมชาติ

สาวๆ ส่วนใหญ่มักจะเจอกับปัญหาริ้วรอยก่อนวัย ซึ่งก็สร้างความกังวลได้มากทีเดียว แต่รู้ไหมว่าเราสามารถลดริ้วรอยได้ง่ายๆ ด้วยวิธีธรรมชาติ ที่ทำแล้วได้ผลจริงโดยที่คุณแทบไม่ต้องศัลยกรรมเลย มาดูกันนะคะ ว่ามีวิธีไหนช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยได้บ้าง 1.นอนหงาย การนอนหงายเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะช่วยชดลอการเกิดริ้วรอยและแก้ปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าได้ โดยให้นอนหงายเป็นประจำ ไม่ว่าจะนอนเล่น หรือนอนหลับก็ตาม ส่วนการนอนคว่ำหรือนอนตะแคงควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะมีโอกาสที่หน้าจะไปโดนหรือเสียดสีกับหมอน จนทำให้เกิดริ้วรอยที่เกิดจากการกดทับได้นั่นเอง 2.มาสก์หน้าด้วยโยเกิร์ต การมาสก์หน้าด้วยโยเกิร์ต ก็จะช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยได้ดีเช่นกัน โดยให้ใช้สูตรโยเกิร์ตธรรมชาติ 1 ช้อน น้ำผึ้ง 1 ช้อน น้ำส้มครึ่งช้อน กล้วยครึ่งลูก ผสมให้เข้ากันจากนั้นนำมาพอกทิ้งไว้บนใบหน้าประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำอุ่นตามด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้ใบหน้าเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และกระชับรูขุมขนได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งจะได้ผลลัพธ์ที่โดนใจแค่ไหนต้องลองทำตามกันดู 3.ไม่เครียด ในหนึ่งวันเราอาจเจอกับปัญหารอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเรื่องของการทำงานหรือปัญหาส่วนตัว ซึ่งล้วนก่อให้เกิดความเครียด ที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ดังนั้นควรพยายามหลีกเลี่ยงความเครียดให้ได้มากที่สุด พยายามสร้างความผ่อนคลายอยู่เสมอ แล้วจะช่วยลดริ้วรอยได้อย่างแน่นอน 4. กินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อาหารบางชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยไปจากชั้นผิวของเราได้ เช่น ปลาทะเล ผัก ไข่ วอลนัท แตงโม สับปะรด […]

Read more

เรตินอล..สำหรับการต่อต้านริ้วรอย

ผลจากการวิจัยได้บ่งบอกชัดเจนแล้วว่า เรตินอล หรือ วิตามินเอ นั้นมีประโยชน์ต่อผิวมากมาย และเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับประโยชน์ที่ดีที่สุดจากมัน สิ่งต่างๆ ข้างล่างนี้คือสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ วิตามินเอ เรียกได้ว่าเป็นสารประกอบที่ช่วยเปลี่ยนแปลงผิวเราได้อย่างชัดเจน เช่น การลดริ้วรอยต่างๆ มากกว่า 40 ปีจากการวิจัย ค้นพบว่า เรตินอล หรือ วิตามินเอ นั้น ช่วยให้ผิวหน้าเราดูกระชับขึ้นได้อย่างชัดเจน และช่วยให้ริ้วรอยต่างๆ ดูลดลง, จางลง อีกทั้งยังช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เรียบเนียน และ ยังช่วยกระชับรูขุมขนได้ดีอีกด้วย ผลิตภัณฑ์ Retinol ในปัจจุบัน มีมากมายหลายชนิด ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของ Serum , moisturizer หรือผลิตภัณฑ์ดูแลเฉพาะจุด ซึ่งล้วนแล้วแต่ใช้งานง่ายและใช้ได้ในทุกๆวัน Tips เล็กๆน้อยๆ ก่อนตัดสินใจซื้อ หรือ ใช้ผลิตภัณฑ์ Retinol กลุ่มวิตามินเอ สามารถเสื่อมสภาพได้ง่ายมาก เมื่อมีการสัมผัสต่ออากาศและ แสง เพราะฉะนั้นเราควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นแบบทึบแสง และอากาศสามารถเข้าไปได้ยาก ( ** ไม่ควรอยู่ในรูปแบบตลับหรือกระปุก**) ถ้าคุณไม่เคยใช้ Retinol […]

Read more
ผิวแห้งเสีย

ผิวเสื่อมสภาพ..เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง?

ผิวเสื่อมสภาพ..เกิดจากสาเหตุใดบ้าง? แสงแดด อันตรายจากรังสีอุลตรัาไวโอเลต ส่งผลกระทบต่อผิวเป็นอย่างมาก นอกจากทำให้ผิวเกิดริ้วรอยก่อนวัยแล้ว.. แสงแดดยังเป็นตัวกระตุ้นการทำงานของเม็ดสี ทำให้สีผิวเข้มขึ้นด้วย นอกจากนี้ความร้อนจากแสงแดดยังเป็นตัวทำให้น้ำมันที่เคลือบผิวหนังลดน้อยลงอีกด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังลอกเป็นสะเก็ดและแห้ง อากาศแห้ง อย่างฤดูหนาว ความชื้นในอากาศจะต่ำลงเป็นสาเหตุทำให้ผิวแห้งหยาบ ส่วนลมหนาวจะเป็นตัวทำให้ผิวแห้งแตกและดึงความชุ่มชื้นออกจากผิวหนัง ส่วนเครื่องทำน้ำอุ่นก็ทำให้ผิวแห้งได้เช่นกัน นอกจากนี้เครื่องปรับอากาศก็ทำให้ผิวแห้งได้ด้วย เราจึงจำเป็นต้องทาครีมเพิ่มความชุ่มชื้นให้ทั่วผิวด้วย มลภาวะในอากาศ ฝุ่นควันเสีย ควันจากอาหาร ฯลฯ จะทำให้มีสารตกค้างที่ผิวหนังจนส่งผลทำให้ผิวพรรณเสื่อมโทรมและดูหมองคล้ำ ซึ่งปกติแล้วเยื่อหุ้มเซลล์จะเป็นด่านป้องกันที่สำคัญของร่างกายและมีหน้าที่ตัดสินว่าสารตัวใดที่ควรหรือไม่ควรจะนำเข้าสู่ร่างกาย สารอันตรายจะถูกกันออกจากเซลล์โดยเยื่อหุ้มเซลล์ได้ในปริมาณหนึ่ง แต่ถ้ามากเกินไปก็จะกันไม่ได้ (สารอนุมูลอิสระสามารถทำลายกลไกนี้ได้) ความเครียด เป็นสาเหตุทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนแห่งความเครียดและการทำงานของร่างกายแปรปรวนในหลายระบบ รวมทั้งการขับถ่ายของเสีย สารพิษ และทำให้ผิวหนังเสื่อมง่าย สารตกค้าง ในอาหารหลายชนิดก็เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายไม่สดใสงดงามได้ อีกทั้งยังเป็นอนุมูลอิสระที่คอยทำให้เซลล์เสื่อมและแก่ชรา เช่น สารกันบูด สารกันรา ยาฆ่าแมลง เป็นต้น การสูบบุหรี่ อีกสาเหตุที่ทำให้เกิดสารอันตรายเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อต่างๆ ทำให้หลอดเลือดหดตัว และทำให้การส่งสารอาหารไปตามหลอดเลือดแย่ลง เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น น้ำชา กาแฟ จะทำให้เนื้อเยื่อทั่วร่างกายและผิวหนังขาดน้ำจนเกิดรอยเหี่ยวย่นและเกิดถุงใต้ตาได้ง่าย แสงไฟที่สว่างจากจอคอมพิวเตอร์ จอโทรศัพท์ที่มีรังสีต่าง ๆ จะไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างเม็ดสีดำมากขึ้นและกระจายสู่หนังกำพร้าได้เช่นเดียวกับแสงอาทิตย์ Cr. Medthai.com

Read more

5 ส่วนผสมที่ช่วยต่อต้านริ้วรอย

1. สารแอนตี้ออกซิแด้นท์ พืชส่วนมากมีสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ ซึ่งมีปริมาณแตกต่างกันไปโดยมีคุณสมบัติช่วยกำจัดอนุมูลอิสระซึ่งเป็นอนุภาคขนาดเล็กที่ทำลาย DNA ภายในเซลล์ส่งผลให้เกิดริ้วรอย ผิวแห้ง รอยคล้ำใต้ดวงตาผิวหมองคล้ำ ฯลฯ ทั้งนี้ให้คุณใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ที่ช่วยฟื้นฟูความเสียหายของผิวและชะลอกระบวนการชราภาพ ตัวอย่างเช่น น้ำมันอาซาอี กรดอัลฟาไลโปอิก สารสกัดจากชาเขียว เรตินอล โคเอนไซส์ Q10 คาเฟอีน กรดอัลฟาไฮดรอกซี กรดซาลิซิลิก ฯลฯ 2. เรตินอล เรตินอลเป็นสารที่มักถูกนำมาใส่ในครีมชนิดต่างๆ ทั้งนี้เรตินอลมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มคอลลาเจนให้ร่างกายทำให้ผิวดูอิ่มเอิบ ลดริ้วรอยบางๆ และผิวเหี่ยวย่น นอกจากนี้เรตินอลยังช่วยทำให้สีผิวมีความสม่ำเสมอมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีเรตินอล อาจทำให้ผิวชั้นบนสุดแห้ง และตกสะเก็ด ซึ่งการทาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวตอนกลางคืนและทามอยส์เจอไรเซอร์ และครีมกันแดดตอนเช้าวันถัดมาคือวิธีที่ดีที่สุด 3. กรดไฮยาลูรอนิก ร่างกายของเราผลิตกรดไฮยาลูรอนิกได้ตามธรรมชาติ โดยพบได้ในผิวหนัง น้ำหล่อลื่นข้อต่อ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน แต่อายุที่มากขึ้น การสูบบุหรี่และการทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพสามารถทำให้กรดชนิดนี้ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป อย่างไรก็ดีผลิตภัณฑ์ที่มีกรดไฮยาลูรอนิกอาจช่วยทำให้ผิวเรียบเนียนซึ่งมันจะทำงานได้ดีเมื่อคุณใช้คู่กับผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินซี แม้ว่าสกินแคร์ที่มีส่วนผสมข้างต้นจะช่วยให้ผิวของคุณไม่แก่ก่อนวัย หรือป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาผิวตามมาเมื่ออายุมากขึ้น แต่คุณก็อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย และทานอาหารควบคู่กันไปด้วยค่ะเพราะสิ่งเหล่านี้ก็มีส่วนช่วยให้เรามีสุขภาพผิวดี 4. โคเอนไซม์ Q10 ร่างกายของคุณผลิตสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ชนิดนี้ตามธรรมชาติ เพื่อกำจัดอนุมูลอิสระในเซลล์ เมื่อคุณอายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตโคเอนไซม์ […]

Read more

Hyaluronic acid คืออะไร

กรดไฮยาลูโรนิค ( Hyaluronic acid ) เป็นสารเติมเต็มผิวหนัง ( Filler ) ที่มีผลชั่วคราว  เมื่อร่างกายของเราใช้งานมันไปจนหมด   ก็ต้องมีการเติมเข้าไปอีก  เพื่อคงสภาพเดิมให้ได้มากที่สุด   เนื่องจากสารตัวนี้ เป็นสารที่ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมของร่างกาย  ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ร่างกายของเราจะสามารถรับและใช้งานมันได้อย่างเป็นปกติ  และสามารถทำลายให้หมดไปตามระยะเวลาที่เหมาะสม   ด้วยกระบวนการทางธรรมชาติของร่างกาย ปกติร่างกายมนุษย์จะมี กรดไฮยาลูโรนิค ( Hyaluronic acid ) ประมาณ 15 กรัม และมันจะอยู่ที่ชั้นผิวหนัง 50% และอยู่ที่กระดูกอ่อนและส่วนอื่นๆอีก 50% โดยปกติรูปแบบธรรมชาติของ กรดไฮยาลูโรนิค ( Hyaluronic acid ) สามารถละลายน้ำ และร่างกาย สามารถผลิตมันออกมาได้ใหม่ ด้วยการทำงานของเอนไซม์ และมันจะมีอายุยืนยาวอยู่ได้ 24 วันตามสภาพร่างกายที่ปกติ แต่มันจะหมดอายุสั้นลงด้วยภาวะของความเครียด และความเจ็บป่วยบางประการของร่างกาย สารตัวนี้มีความทนทานต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ฉะนั้นเม็ดเลือดขาวไม่เห็นว่าสารตัวนี้เป็นสิ่งแปลกปลอม มันจึงไม่ถูกขับออกจากร่างกาย นอกเสียจากว่า มันจะเสื่อมสภาพไปเอง และถูกดูดซึมกลับเข้ามาในร่างกาย กลายเป็นของเสียที่จะถูกขับออกไปจากร่างกายในอนาคต ด้วยคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมในการดูดความชื้น และไม่ก่อให้เกิดการต่อต้านของร่างกาย […]

Read more