Category: BEAUTY BLOG

วิธีฟื้นฟูผิวหน้าหมองคล้ำ..ให้เปล่งปลั่งอีกครั้ง

ปัญหาหน้าหมองคล้ำนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด มลภาวะต่างๆ ความเครียด การนอนดึก รวมทั้งการไม่บำรุงดูแลผิวนั่นเอง ซึ่งล้วนแล้วแต่ส่งผลให้ผิวหน้าดูหมองคล้ำ ไม่มีสง่าราศี ทั้งยังแลดูไม่สดใส อีกทั้งเป็นต้นเหตุที่มาของปัญหาริ้วรอยและจุดด่างดำต่างๆ อีกด้วย ผิวหน้าหมองคล้ำแก้ไขได้โดย: 1. ใช้ครีมกันแดด ควรปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดดทุกวันแม้ในวันที่ไม่มีแดด และควรเลือกครีมกันแดดที่ป้องกันผิวจากรังสียูวีเอและยูวีบีได้ โดยมีค่าป้องกันแสงแดด (SPF) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป และควรทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมง เมื่อต้องอยู่กลางแจ้งในตอนกลางวัน 2. ผลัดเซลล์ผิว เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวที่มีส่วนผสมของ AHA ซึ่งทำหน้าที่ผลัดเซลล์ผิวที่เสียหายจากการทำร้ายของแสงแดดให้หลุดออกไป  กระตุ้นให้ผิวสร้างเซลล์ใหม่ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ทำให้ผิวหน้าดูสว่างและกระจ่างใสขึ้น ทั้งยังคืนความอ่อนเยาว์ให้แก่ผิวหน้า 3. ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยมีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น Vitamin C,  Vitamin B3 สามารถปรับปรุงแก้ไขปัญหาสีผิวไม่เท่ากันได้อย่างเห็นผล และช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งกระจ่างใสขึ้น  4. พักผ่อนให้เพียงพอ  การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6 – 8 ชั่วโมง และนอนในช่วงที่ Growth Hormone ทำงาน ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้เป็นฮอร์โมนที่จะช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมร่างกาย […]

Read more

ซีบัคธอร์น (SEA BUCKTHORN)มีประโยชน์ต่อผิวอย่างไร?

เจ้าพืชชื่อแปลก sea buckthorn มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hippophae Rhamnoides ซึ่งเป็นพืชจำพวกไม้พุ่มในตระกูล Elaeagunus ซีบัคธอร์นพบกระจายอยู่ทั่วไปทั้งแถบเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ โดยมากจะขึ้นในแถบที่มีอากาศหนาวเย็นเพราะสามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ที่แห้งแล้งหรือดินทราย สามารถทนต่อสภาพหนาวจัดและดินเค็มได้ดี เพราะสาเหตุนี้จึงทำให้มันสามารถกักเก็บคุณประโยชน์ไว้ได้อย่างครบถ้วนไม่มีตกหล่นไปแม้แต่ข้อเดียว  ในปัจจุบันวงการอุตสาหกรรมความงามต้องสั่นสะเทือน! เมื่อมีเจ้าพืชซีบัคธอร์นได้เข้ามาในวงการผลิตภัณฑ์ความงามนี้ จากผลการวิจัยมากมายเกี่ยวกับพืชชนิดนี้ พบว่า ผลของซีบัคธอร์นที่จะมีเมล็ดสีดำเล็กๆ เพียง1เมล็ดในนั้น มันคือ1เมล็ดที่ล้ำค่าและเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ทำให้ส่วนนั้นนิยมถูกนำมาสกัดเอาน้ำมัน เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางต่างๆ เช่น น้ำมันบำรุงผิวหน้า,ครีมทาผิว,โลชั่น,สบู่,ลิปบาล์ม,น้ำมันนวดและอื่นๆ เพราะน้ำมันที่สกัดจากผลซีบัคธอร์นให้คุณประโยชน์ต่อผิวและส่วนอื่นๆในร่างกายได้มากกว่าสารสกัดจากพืชหลายๆ ตัว สารอาหารสำคัญจากน้ำมันซีบัคธอร์น เช่น  1.อุดมไปด้วยวิตามินมากมาย ได้แก่ วิตามิน E,D,A,C และ K เจ้าพืชซีบัคธอร์นมีวิตามินซีสูงมากกว่าผลไม้ทุกๆชนิด มากกว่าส้มถึง 15 เท่า ช่วยในการฟื้นฟูผิวให้ผิวพรรณดูสวย 2.เป็นแหล่งรวมของโอเมก้า (Omega) 7,3,6,9 ช่วยลดการอักเสบของสิวได้ดี 3.มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงถึง 80% ซึ่งเจ้ากรดไขมันนี้เป็นแหล่งสำคัญของการผลิตคอลลาเจน เพื่อสุขภาพของผิว ผม และเล็บ 4.น้ำมันซีบัคธอร์นอุดมไปด้วย S.O.D ( Super Oxide Dismutase สารต้านอนุมูลอิสระ) โดยมีปริมาณเข้มข้นกว่าโสมถึง 4 เท่าช่วยชะลอความแก่ ปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์ ลดริ้วรอย ทำให้แลดูอ่อนเยาว์ 5.ช่วยซ่อมแซมและรักษา สร้างเยื่อบุผิวขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ช่วยย่นระยะเวลาการซ่อมแซมผิว 3 ระดับคือ จากการ ไหม้ แผล และการเจ็บป่วยจากการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า 6.กักเก็บความชุ่มชื่นของผิวได้ดีเยี่ยม […]

Read more

น้ำมันมานูกา (Manuka Oil)

น้ำมันมานูกา (Manuka Oil)ชื่อเรียกอื่น: New Zealand tea treeชื่อทางวิทยาศาสตร์: Leptospermum scoparium น้ำมันมานูกานั้นได้จากการนำดอกและใบของพืชมานูกาซึ่งเป็นไม้พุ่มพื้นเมืองของประเทศนิวซีแลนด์ จากแหล่งเพราะปลูกอันยั่งยืนมาผ่านกระบวนการกลั่นด้วยไอน้ำ นับเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้วที่ชาวเผ่าเมาลีในประเทศนิวซีแลนด์ได้นำน้ำมันอันเปี่ยมด้วยสรรพคุณชนิดนี้มาใช้เพื่อช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยต่างๆ ตั้งแต่โรคข้ออักเสบรูห์มาตอยด์ และไข้ต่างๆ ไปจนถึงแผลไหม้และโรคผิดปกติต่างๆ ทางผิว Living Nature ได้นำน้ำมันมานูกามาใช้เป็นส่วนผสมหลักนานกว่า 30 ปีแล้ว น้ำมันมานูกานี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นส่วนผสมสำหรับปกป้องผิวจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์มาก เปี่ยมด้วยสรรพคุณต้านเชื้อโรคต่างๆ อันทรงพลัง มีผลการศึกษาเกี่ยวกับน้ำมันมานูกาหลายชิ้นที่ระบุว่าน้ำมันมานูกามีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียได้ดีกว่าน้ำมันจากต้นชา (Tea Tree Oil) ถึง 33 เท่า นอกจากนั้นยังมีสรรพคุณต้านเชื้อไวรัส ต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านการอักเสบอีกด้วย ซึ่งสรรพคุณอันโดดเด่นเหล่านี้ช่วยรับมือกับอาการแพ้และการติดเชื้อในผิว ช่วยปกผิวจากเชื้อแบคทีเรีย และช่วยส่งเสริมสุขภาพของภูมิคุ้มกันร่างกายโดยรวม สำหรับผลิตภัณฑ์ 100% Pure Manuka Oil (ขนาด 10 มล.) ของ Living Nature นั้น เราได้นำขวดแก้วพร้อมหัวหยอด (dripolator) ที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้มาใช้บรรจุซึ่งคุณสามารถใช้ผลิตภัณฑ์นี้เพื่อเป็นสารฟอกอากาศได้ โดยใช้ 2-3 หยดผสมกับน้ำเปล่าหรือขี้ผึ้ง จากนั้นนำไปใส่ในเครื่องพ่นน้ำมันหอมระเหย […]

Read more

5 ข้อดีในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

ผู้หญิงกับความสวยงามเป็นของคู่กัน..จึงไม่แปลกที่จะสรรหาผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาดูแลผิวให้น่ามองอยู่เสมอ  ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางก็มีให้เลือกอย่างมากมายจนเลือกไม่ถูก  บางครั้งซื้อมาแล้วยังต้องลุ้นว่าผิวจะแพ้ด้วยรึป่าว..หรือบางผลิตภัณฑ์แทนที่จะช่วยให้ผิวดีขึ้นกลับให้ผลร้ายกับผิวมากกว่า…ดังนั้นสิ่งสำคัญในการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิว..ต้องพิจารณาส่วนผสมที่ปลอดภัยต่อผิวและมีประสิทธิภาพด้วย..ทางเลือกหนึ่งที่อาจช่วยคุณได้ก็คือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติซึ่งไม่มีสารเคมี ปลอดภัยต่อผิวแน่ๆ  ผลิตภัณ์จากธรรมชาติดีอย่างไร? ลดการระคายเคือง สารเคมี สีสังเคราะห์ และสารอื่นๆ ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ ผื่นแดง หรือสิวได้ บางคนอาจแพ้สารเคมีทั่วไปที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ตามท้องตลาด ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเพื่อดูแลผิวน่าจะเป็นทางเลือกที่สวยงามและยั่งยืนกว่า ไม่มีผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ เพื่อเป็นการยืดอายุของผลิตภัณฑ์ จึงมีการใช้พาราเบนส์ (Parabens) ในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม แต่พาราเบนส์เป็นสารสังเคราะห์ที่เลียนแบบการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย จึงเป็นที่กังวลว่าสารชนิดนี้อาจส่งผลต่อระบบเอ็นดอร์คริน (เซลล์ที่ผลิตฮอร์โมน) สารเหล่านี้อาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียงที่ยังไม่ทราบแน่ชัด ดีต่อระบบทางเดินหายใจ กลิ่นสังเคราะห์ใส่ลงไปในผลิตภัณฑ์เพื่อกลบกลิ่นสารเคมี นั่นหมายถึงว่าใช้สารเคมีชนิดหนึ่งกลบกลิ่นของสารเคมีอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเมื่อสูดดมแล้วอาจทำให้ปวดศีรษะได้ ส่วนผลิตภัณฑ์ธรรมชาติมีกลิ่นจากส่วนประกอบของธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี และบางชนิดที่ผสมเอสเซนเชียลออยล์ธรรมชาติก็ทำให้มีกลิ่นหอมที่ช่วยให้ผ่อนคลายอีกด้วย ดีต่อร่างกายในระยะยาว ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติที่ผลิตด้วยกระบวนการที่เหมาะสม ดีกว่าผลิตภัณฑ์จากสารเคมีเพราะไม่มีสารเติมเต็มหรือสารก่อให้เกิดการระคายเคือง รวมถึงไม่มีส่วนผสมใดๆ ที่มีผลการวิจัยระบุว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แม้ว่าสารสังเคราะห์อาจดูเหมือนให้ผลชัดเจนกว่าในช่วงแรก แต่หากใช้ไปนานๆ สารเคมีอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้  มีผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า 60% ของสิ่งที่ทาลงไปบนผิวจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติแทนที่จะเป็นสารสังเคราะห์ที่มีความเสี่ยง ดีต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสารเคมีอาจมีผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งปล่อยสารเคมีสู่อากาศและแหล่งน้ำ และยังปล่อยลงท่อน้ำทิ้งเวลาใช้ที่บ้านอีกด้วย แต่ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากส่วนประกอบจากธรรมชาติ ก็จะปล่อยสารเคมีสู่สิ่งแวดล้อมน้อยลง และควรใช้ส่วนผสมที่สามารถย่อยสลายได้ในสิ่งแวดล้อมและใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงไม่ควรมีการทดลองผลิตภัณฑ์ใดๆ กับสัตว์โดยเด็ดขาด ข้อมูลจาก: Women.trueid.net

Read more

ผิวสวย..ด้วยวิตามินซี

รู้ไหมว่ามี ประโยชน์จากวิตามินซี อยู่มากมาย เราคงได้ยินเรื่องวิตามินซีดีต่อสุขภาพร่างกายของเรา ห่างไกลจากไข้หวัด แล้ววิตามินซีกับผิวเราล่ะ มันจะให้ประโยชน์กับผิวเราอย่างไรบ้าง ประโยชน์จากวิตามินซี ที่ทำให้ผิวสวยขึ้น 1. เสริมสร้างคอลลาเจน ต่อต้านริ้วรอยแห่งวัยวิตามินซีช่วยลดเลือนริ้วรอยได้ด้วย ก็เพราะว่าวิตามินซีเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ผิวเราผลิตคอลลาเจนออกมาได้เยอะขึ้น พอผิวเรามีคอลลาเจนเพิ่มมากขึ้น ก็จะแก้ปัญหาเรื่องริ้วรอยไปด้วย ถ้าหากเราอยากให้ผิวผลิตคอลลาเจนออกมาได้เรื่อยๆ อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับผิว ก็ควรจะเน้นทานอาหารที่มีวิตามินซี 2. เพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิววิตามินซีไม่ได้แค่ลดปัญหาเรื่องริ้วรอยเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับผิวที่หมองคล้ำ ให้กระจ่างใสขึ้นได้ด้วย  ใครที่กำลังประสบปัญหาหน้าหมองล่ะก็ แนะนำว่าให้พุ่งเข้าหาวิตามินซีเลย เหตุผลที่วิตามินซีช่วยให้ผิวเรากระจ่างใสขึ้นได้ก็เพราะว่า วิตามินซีสามารถลดการผลิตเม็ดสีเมลานินในชั้นผิวของเราได้ และยังมีส่วนกระตุ้นให้กลูต้าไธโอนและวิตามินอีผลิตขึ้นเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผิวเราดูสุขภาพดี มีความกระจ่างใสขึ้นค่ะ 3. ลดเลือนจุดด่างดำ รอยสิวใครที่กำลังเจอปัญหารอยแดง รอยดำ หรือพวกจุดด่างดำบนผิวหน้า ที่ไม่รู้จะจัดการยังไงให้มันหายไปสักที แนะนำว่าให้หันมาทาและทานวิตามินซีจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เพราะจากที่บอกไปว่า วิตามินซีมีความสามารถในการเพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิว ในขณะเดียวกันมันก็ช่วยลดเลือนบริเวณผิวที่รอยดำ หรือส่วนที่มีสีผิวไม่สม่ำเสมอ ให้ขาวกระจ่างใสเท่ากันได้อีกด้วย 4.ปกป้องและฟื้นฟูผิวจากแสงแดดประโยชน์ของวิตามินซีที่มีต่อผิวยังไม่หมด รู้ไหมว่า วิตามินซียังต่อสู้กับรังสี UVB ที่เข้ามาทำร้ายผิวเราได้ด้วย เพราะว่าวิตามินซีเป็น antioxidant สามารถยับยั้งสารอนุมูลอิสระต่างๆ ได้ อย่างเช่น แสงแดด แต่เราก็ไม่ได้หมายความว่า แค่ทาและทานวิตามินซีก็ปลอดภัยจากแสงแดดได้แล้วนะ เพียงแค่ว่ามันเป็นวิตามินตัวหนึ่งที่มีความสามารถในการป้องกันและฟื้นฟูผิวจากแสงแดดได้ […]

Read more
ผิวขาดน้ำ

รู้ได้อย่างไรว่า..ผิวขาดน้ำ?

ผิวแห้ง และ ผิวขาดน้ำ หลายคนอาจได้ยินทั้งสองคำนี้และใช้แทนกันบ่อยๆ จริงๆ แล้วผิวทั้งสองนี้มีความแตกต่างกัน ความแตกต่างของผิวแห้งกับผิวขาดน้ำคือ..? ผิวแห้งเป็นประเภทของผิวแบบหนึ่ง ผิวแห้งจะขาดน้ำมันหรือไขมันหล่อเลี้ยงผิว  ผิวขาดน้ำเป็นอาการของผิวชั่วคราวที่ทุกคนสามารถเป็นได้ ผิวขาดน้ำจะมีน้ำใต้ผิวน้อย มีการสูญเสียน้ำระหว่างชั้นผิว สภาพผิวขาดน้ำเกิดได้ทั้งผิวแห้ง ผิวมัน และผิวผสม ซึ่งเป็นสภาพชั่วคราว อาจรู้สึกตึงคัน ดูหมองคล้ำ  ทำให้ผิวแห้งและมันได้ด้วย เนื่องจากร่างกายพยายามชดเชยความชุ่มชื่นให้กับผิวด้วยการผลิตน้ำมันที่มากเกินไป รู้ได้อย่างไรว่าผิวคุณขาดน้ำ?  ผิวหมองคล้ำไม่สดใส  ผิวแห้ง เป็นขุย ไม่นุ่มกระชับ ผิวแห้ง ผิวมันสลับไปมา  หน้ามันมาก แต่เมื่อซับมันแล้วผิวหน้าดูหมองและหยาบกร้าน มองเห็นริ้วรอย ดูไม่เรียบเนียน  ใต้ตาคล้ำกว่าปกติ เครื่องสำอางติดไม่ทน  ในคนที่ผิวขาดน้ำมากๆ อาจเกิดผื่นแดงอักเสบ เนื่องจากโครงสร้างผิวขาดความยืดหยุ่น  ดูแลอาการผิวขาดน้ำอย่างไร? รักษาสุุขภาพ ทานอาหารที่สมดุล และดื่มน้ำให้เพียงพอ  หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน  ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ไม่มีซัลเฟต เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำโดยไม่จำเป็น  หลีกเลี่ยงการสครับ หรือขัดผิวบ่อยเกินไป  หลังทำความสะอาดผิว ไม่ควรทิ้งผิวไว้นานเกินเพื่อป้องกันการระเหยของความชื้น..ควรบำรุงผิวทันที ทาครีมกันแดดประสิทธิภาพสูงทุกวัน ทั้งผิวหน้า และผิวกาย แม้ไม่ได้ออกจากบ้าน  หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA, […]

Read more

Organic skin care รักผิว รักษ์โลก

สกินแคร์ออร์แกนิค..คืออะไร? สกินแคร์ออร์แกนิค คือ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ผิวกาย หรือเส้นผม ที่มาในรูปแบบของเจล ครีม มอยส์เจอไรเซอร์ต่างๆ โดยใช้วัตถุดิบที่ได้มาจากธรรมชาติ ไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายและสิ่งแวดล้อม สารสกัดที่นำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์ต้องสกัดมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ ต้องไม่มีส่วนผสมของสารทำฟอง SLS/SLES, Paraben เป็นต้น  สกินแคร์ออร์แกนิค..แตกต่างอย่างไร? สกินแคร์ออร์แกนิค แตกต่างจากทั่วไป โดยเน้นส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ และไม่มีสารเคมีอันตรายใดๆ เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เลย…และขั้นตอนในการผลิต มีความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อมด้วย สำคัญคือไม่ทดลองในสัตว์ด้วย  ดังนั้นจึงไม่เป็นภัยต่อผิว มีโอกาสแพ้น้อยกว่า และเป็นการดูแลร่างกายด้วยธรรมชาติ ไม่พึ่งสารเคมี มีหลายๆ กรณีที่คนทีแพ้ผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายที่ใช้เป็นประจำ เมื่อหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคแล้วหายจากอาการแพ้ และส่งผลลัพธ์ที่ดีต่อผิวอีกด้วย หลายคนที่กลัวว่าสกินแคร์ออร์แกนิคจะอ่อนโยนไปจนไม่เห็นผลหรือเปล่า เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล เพราะเทคโนโลยีและกระบวนการสกัดในปัจจุบันก้าวหน้าจนสามารถสกัดสารจากธรรมชาติได้ประสิทธิภาพดีไม่ต่างกันกับสกินแคร์ทั่วไปเลยค่ะ และที่สำคัญสกินแคร์ออร์แกนิคสามารถใช้ได้ในระยะยาว ไม่ต้องกลัวจะมีสารตกค้างในผิว แถมยังมีกลิ่นหอมที่ได้จากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ (essential oil) ช่วยให้เราผ่อนคลาย ไม่ใช้น้ำหอมสังเคราะห์ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองอีกด้วย  อย่าลืมว่า..ผิวเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย และสามารถดูดซึมสารต่างๆ จากผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวได้โดยตรง โดยเฉพาะผิวหน้าและหนังศีรษะ มีข้อมูลจากการวิจัยพบว่าผิวสามารถดูดซึมสารต่างๆ ที่ทาลงบนผิวได้มากถึง 60% และสารต่างๆ ที่ซึมลงไป ไม่ได้อยู่แค่บนผิวของเราเท่านั้น […]

Read more
Manuka-honey

Manuka Honey ดีอย่างไร?

น้ำผึ้งมานูก้าเป็นน้ำผึ้งที่ได้จากผึ้งที่ผสมเกสรกับต้นมานูก้าที่มีแหล่งกำเนิดและเติบโตตามธรรมชาติในประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำผึ้งที่มีประโยชน์ที่สุดในโลกและได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นอาหารที่มีคุณสมบัติเป็นยาที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งภายในและภายนอก เหตุผลที่ทำให้น้ำผึ้งสายพันธุ์มานูก้านั้นมีราคาสูงก็เพราะคุณค่าและสารอาหารที่มีอยู่สูงกว่าน้ำผึ้งทั่วไป โดยธรรมดาแล้วน้ำผึ้งจะมีสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายอย่างเช่น กรดอะมิโน วิตามินบีรวม และแร่ธาตุต่างๆ อย่างเช่นแคลเซียมและแมกนีเซียมเป็นต้น แต่ภายในน้ำผึ้งมานูก้านั้นจะมีสารอาหารและโภชนาการสูงกว่าถึง 4 เท่า ซึ่งผลวิจัยระบุว่าภายในน้ำผึ้งมานูก้าอุดมไปด้วย Active Antibacterial Anti-Oxidant Honey 650+ (AAH650+) รวมถึงการรวมตัวกันของกรดและสารอาหารที่มากไปด้วยประโยชน์ต่อร่างกาย  น้ำผึ้งมานูก้าดีต่อผิวอย่างไร? เมื่อนำมาทาลงบนผิวน้ำผึ้งมานูก้าจะช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวพรรณของเราอย่างครอบคลุม ทั้งในเรื่องของการให้ความชุ่มชื้น, ต่อต้านอนุมูลอิสระ, รักษาแผล และอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่ามีสรรพคุณทางยาสูง โดยอัดแน่นไปด้วยเอนไซม์ที่ผลิตไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ซึ่งช่วยในเรื่องการต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย, ต่อต้านการอักเสบและปลอบประโลมผิว อย่างเช่นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง (Rosacea) หรือสิวเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณที่ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในผิว ซึ่งส่งผลให้ผิวเต้งตึงและแลดูอ่อนเยาว์ LIVING NATURE ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีน้ำผึ้งมานูก้าเป็นส่วนผสมหลัก..นำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ ส่วนผสมธรรมชาติ 100%     ข้อมูลจาก: Vogue beauty

Read more

ผิวขาวใสอย่างปลอดภัย

ใครๆ ก็อยากมีผิวขาวกระจ่างใส แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้วิธีการบำรุงอย่างถูกต้องว่าความจริงแล้วการมีผิวขาวอย่างปลอดภัย ไม่ทำร้ายผิว ควรทำอย่างไร? และเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยเฉพาะ อย่าง แพทย์หญิง วิญญารัตน์ ตันศิริ จึงได้ออกมาให้คำแนะนำ พร้อมเผยเคล็ดลับการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อผิวหน้า ให้สาวๆมีผิวขาว สุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ โดยเน้นย้ำว่า “วิธีการดูแลผิวให้คงความกระจ่างใสได้ดีที่สุด คือการดูแลอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่ทิ้งสารตกค้างในรูขุมขน อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวและริ้วรอย” ซึ่งวิธีการเลือกก็ไม่ซับซ้อนอะไร มีครบ 5 ข้อที่คุณหมอบอกมา สบายใจได้เลย ยังไงก็ขาวแบบปลอดภัย 1.ไม่มีอาการข้างเคียงหลังจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ หลักสำคัญของการมีผิวขาวที่ปลอดภัยคือ ใช้แล้วต้องไม่รู้สึกว่ามีอาการแสบ คัน ลอก หรือร้อนวูบวาบ ไม่ไวต่อแสงแดด และไม่ทำให้ผิวหน้าบาง 2. ผิวขาวและไม่มีสิว ไม่ใช่แค่ใช้แล้วขาวเท่านั้น แต่ควรจะเป็นผิวหน้าที่ขาวไร้สิว เพราะครีมบางตัวทำให้เกิดสิวได้ อย่าเสี่ยงกับครีมที่ทำให้ขาวแต่หน้าพัง 3. เมื่อหยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นแล้ว หน้าไม่คล้ำ หลายคนเจอปัญหาเมื่อได้ลองใช้ครีมบางตัวแล้วมีผิวขาวขึ้น ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ แต่เมื่อหยุดใช้ ผิวหน้ากลับแย่ลงหรือคล้ำกว่าเดิม สาเหตุเนื่องมาจากผิวมีการติดยาจากครีมนั้นๆ 4. ควรขาวอย่างสม่ำเสมอ และไม่ขาวไวจนเกินไป ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของยา กลุ่มไฮโดรควิโนนและสเตียรอยด์ เมื่อใช้ไปนานๆ […]

Read more

ปัญหาใต้ตาคล้ำ..เกิดจากสาเหตุอะไร?

ปัญหาใต้ตาคล้ำ ตาหมีแพนด้า ตาโหล เป็นสิ่งที่สาวๆ มักจะต้องเจอบ่อยๆ แม้จะเมคอัพอย่างไร ก็ไม่สามารถกลบความหมองคล้ำได้ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาตาหมีแพนด้า ก็คือการเข้าใจถึงสาเหตุและรู้วิธีรับมืออย่างถูกต้องนั่นเอง ดังนั้นเรามาดูสาเหตุและวิธีการแก้ปัญหากันเลย 1.พักผ่อนน้อย สาวๆ ส่วนใหญ่มักจะนอนดึก ทำกิจกรรมกลางคืนเป็นประจำ จนทำให้นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ใต้ตาดำคล้ำ บวมเป่ง ซึ่งแก้ไขได้ง่ายที่สุดโดยการปรับเวลานอน จัดเวลาชีวิตใหม่และพักผ่อนให้เร็วขึ้นมากขึ้น ก็จะลดอาการใต้ตาคล้ำลงได้ และอีกสาเหตุหนึ่งที่จะพ่วงตามมาสำหรับคนนอนดึก นั่นก็คือการทานอาหารมื้อดึกก่อนนอนนั่นเอง ซึ่งสาวๆ ควรระวังในเรื่องการทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว อาหารกระป๋องต่างๆ เพราะอาหารเหล่านี้มีปริมาณโซเดียมที่สูง ซึ่งส่งผลให้ร่างกายบวมน้ำและทำให้เกิดปัญหาถุงใต้ตา หรือใต้ตาดำได้ง่าย ดังนั้นถ้าจะทานอาหารมื้อดึกก็ควรเลี่ยงอาหารเหล่านี้ 2.อายุมากขึ้น เมื่อเราอายุมากขึ้น ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดปัญหาริ้วรอยและความดำคล้ำใต้ดวงตาโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะสาวๆ ที่วัยเลย 30+ เนื่องจากปริมาณของไขมันบริเวณผิวหน้าจะลดลง โดยเฉพาะร่องแก้มและรอบดวงตา เมื่อไขมันลด แก้มตอบ ขาดความยืดหยุ่น ก็ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นมาได้ โดยวิธีรับมือของสาเหตุนี้ก็คือการฉีดฟิลเลอร์เพื่อช่วยปรับสภาพผิวใต้ดวงตาให้จางลง และเห็นผลในทันทีนั่นเอง 3. โรคภูมิแพ้ โรคภูมิแพ้มักสร้างอาการติดขัดในการไหลเวียนเลือดบริเวณจมูกและใบหน้า ส่งผลให้เกิดการบวม ทำให้เลือดคั่งบริเวณผิวหนังใต้ตา จนเกิดรอยดำคล้ำอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะสาวๆ ที่แพ้หนัก ซึ่งวิธีรับมือก็คือการรักษาอาการแพ้ให้ทุเลาลงหรือหายไป เพราะหากเรายังมีน้ำมูก จาม […]

Read more