19 วิธีรักษาสิว

เรื่องสิวๆ ถือเป็นปัญหาอันดับต้นๆ ที่ทำให้หลายคนรำคาญใจ เพราะนอกจากความเจ็บปวดจากอาการอักเสบแล้ว สิวยังทำให้ใบหน้าไม่เรียบเนียน จนทำให้ขาดความมั่นใจอีกด้วย เราจะรู้วิธีรักษาได้..เราต้องทำความเข้าใจเรื่องสิวกันก่อน 

สิวคืออะไร?

สิว เกิดจากการอักเสบเรื้อรังของรูขุมขนและต่อมไขมัน ส่งผลให้ผิวหนังมีลักษณะเป็นตุ่มนูนขนาดเล็ก สิวมีทั้งชนิดหัวดำและหัวขาว โดยมีลักษณะแตกต่างกันไปตามแต่ละชนิดของสิว เช่น สิวอุดตัน สิวตุ่มนูนแดง สิวตุ่มหนอง สิวซีสต์ และสิวอักเสบเป็นตุ่มเนื้อลึกใต้ผิวหนัง 

บริเวณที่สามารถพบสิวได้มากที่สุด คือ ใบหน้า หน้าอก คอ ไหล่ ต้นแขน และหลัง ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในเด็กวัยรุ่น เนื่องจากเป็นช่วงที่มีฮอร์โมนเพศเปลี่ยนแปลง แต่ก็ไม่ได้จำกัดว่าสิวจะขึ้นเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นเท่านั้น เพราะแม้แต่ผู้ใหญ่ที่มีอายุประมาณ 20-40 ปี ก็เป็นสิวได้เช่นกัน เนื่องจากในวัยผู้ใหญ่ร่างกายก็ยังผลิตฮอร์โมนเพศออกมา และมีการค้นพบด้วยว่า สิวชนิดรุนแรงนั้นมักเกิดในกลุ่มผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นสิวที่ทำให้มีอาการเจ็บปวด ทั้งยังทิ้งร่องรอยแผลเป็นสิวไว้ด้วย แม้ว่าสิวจะไม่ใช่อาการร้ายแรง แต่ก็ส่งผลกระทบมากพอที่จะทำให้คนๆ หนึ่งมีปมด้อยไปตลอดชีวิตได้

เชื้อแบคทีเรีย สาเหตุของการเกิดสิว

Propionibacterium acnes (P.acnes) จัดอยู่ในกลุ่มแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิว เนื่องจากแบคทีเรียตัวนี้จะเจริญเติบโตได้ดีในบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก ได้แก่ ใบหน้า แก้ม หน้าอก หลัง เป็นต้น โดย P.acnes สามารถเจริญเติบโตได้ด้วยความสามารถในการใช้น้ำตาลกลูโคสแบบไม่ต้องใช้ออกซิเจน จึงเพิ่มจำนวนขึ้นได้อย่างรวดเร็ว พบได้มากที่บริเวณจมูก เป็นสาเหตุของการเกิดสิวที่พบได้บ่อยที่สุด สามารถทำให้ผิวระคายเคือง อักเสบ บวมแดง เป็นหนอง ที่เรียกกันว่าสิวอักเสบนั่นเอง

19 วิธีรักษาสิว

  1. ลดหรือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดการผลิตไขมันจากต่อมไขมัน เช่น การรับประทานอาหารทอด อาหารมัน การอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน เป็นต้น  
  2. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น ชีส ช็อกโกแลต ขนมหวาน โดยเฉพาะคนที่มีผิวมันง่าย ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
  3. ควรสระผมให้บ่อยขึ้น เพราะการปล่อยให้ผมมันจะทำให้สิ่งสกปรกลงมาเกาะตามใบหน้า รวมถึงเชื้อโรคต่างๆ ที่สะสมจนเป็นสาเหตุให้เกิดสิวได้
  4. ไม่ควรใช้สบู่ล้างหน้า เนื่องจากสบู่มีความเป็นด่าง ซึ่งจะทำให้เกิดการระคายผิว และเป็นตัวการหนึ่งที่จะก่อให้เกิดสิวบนใบหน้าได้นั่นเอง ถ้าจะให้ดีควรใช้โฟมล้างหน้าที่มีค่ากรด-ด่างที่เหมาะสมกับผิวหน้า
  5. ไม่ควรปล่อยให้ตัวเองมีอาการท้องผูก เพราะถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวได้ เนื่องจากอาหารที่คั่งค้างอยู่ในท้องล้วนเป็นของเสีย และจะทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดสิวตามมาได้
  6. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอาง หรือครีมกันแดดที่ทำให้ใบหน้ามีความมันเพิ่มมากขึ้น
  7. หันมาใช้เครื่องสำอางหรือโลชั่นที่ปราศจากน้ำมัน หรือที่ระบุไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์ว่าไม่ก่อให้เกิดสิว และไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน เพราะผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะมีความอ่อนโยนและปลอดภัยต่อผิว
  8. หากต้องใช้สบู่ล้างหน้า ควรเลือกใช้แบบที่อ่อนโยนต่อผิวเท่านั้น
  9. ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการอดนอนหรือการเข้านอนดึก เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้ระบบการทำงานของร่างกายแปรปรวน โดยเฉพาะปริมาณฮอร์โมนที่อาจเปลี่ยนไปจนไม่สมดุล ซึ่งจะก่อให้เกิดสิวได้ง่าย
  10. พยายามปล่อยวางเรื่องเครียด และทำให้จิตใจให้แจ่มใสตลอดเวลา เพราะความเครียดจะเป็นตัวกระตุ้นให้ต่อมไขมันหลั่งออกมามากขึ้น 
  11. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยผ่อนคลายความเครียด ทำให้อารมณ์แจ่มใส และเหงื่อที่ออกมายังทำหน้าที่ช่วยชำระล้างรูขุมขนให้สะอาด ซึ่งถือเป็นการรักษาสิวและช่วยลดการเกิดสิวได้อีกทางหนึ่งด้วย
  12. ล้างหน้าวันละ 2-3 ครั้ง หรือดูตามความจำเป็นของสภาพผิว เพราะสภาพแวดล้อมแต่ละวันย่อมแตกต่างกัน ทั้งนี้ การล้างหน้าบ่อยจนเกินไปก็มีส่วนทำให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้นได้ ซึ่งจะทำให้เกิดการผลิตไขมันมากผิดปกติจนทำให้เกิดการอุดตันของไขมัน และกลายมาเป็นสิวได้
  13. เมื่อใช้คลีนเซอร์ทำความสะอาดใบหน้า ควรล้างออกให้หมดจด ห้ามให้มีคราบตกค้างเป็นอันขาด เพราะนั่นจะทำให้เกิดสิวอุดตันขึ้นได้
  14. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ต้องใช้วิธีการขัดถู เพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยให้สิวหายแล้ว ยังกระตุ้นให้เกิดการระคายเคือง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น
  15. หากหน้ามันมากเกินไป สามารถรับประทานยารักษาสิวช่วยลดความมันได้ ได้แก่ ยาในกลุ่มเรตินอยด์ (Retionoids) แต่ก่อนเริ่มใช้ยาควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานทุกครั้ง เนื่องจากยาตัวนี้มีข้อห้ามใช้ในคนบางกลุ่ม
  16. ไม่ควรอาบแดด เพราะการอาบแดดจะทำให้ผิวแห้งขึ้น และในระยะยาวอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ โดยสามารถทำให้ผิวเหี่ยวย่นก่อนวัย ทั้งยังเสี่ยงทำให้เป็นมะเร็งผิวหนังอีกด้วย
  17. พยายามหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า และเลิกการเท้าคางเวลาคิด เนื่องจากมือเต็มไปด้วยแบคทีเรีย และถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สิวเห่อได้ ที่สำคัญไม่ควรบีบ เกา หรือแกะสิว เพราะจะทำให้เกิดรอยแผลเป็น รอยดำ รอยหลุม รวมทั้งรอยนูนจากสิวได้
  18. หลีกเลี่ยงฝุ่นควันหรือมลพิษต่างๆ รวมทั้งการอยู่ในสถานที่ที่มีฝุ่นเยอะ เพราะอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองจนเกิดสิวผด นอกจากนี้ยังเสี่ยงทำให้เชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรกต่างๆ สะสมบนใบหน้า และทำให้เกิดสิวตามมา 
  19. หมั่นรักษาความสะอาดของเครื่องนอนอยู่เสมอ โดยเฉพาะปลอกหมอน เพราะเป็นสิ่งที่จะสัมผัสใบหน้าเวลานอน หากปลอกหมอนหรือที่นอนสกปรก ก็เท่ากับว่าเป็นการเปิดช่องทางให้เชื้อโรคเข้ามาสัมผัสใบหน้ามากขึ้น

Cr. ข้อมูลจาก honestdocs.co

สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องสิว หากกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ช่วยรักษาสิว..ขอแนะนำ

CLEAR Pore-Normalizing-Cleanser
CLEAR Pore-Normalizing
Cleanser

SKIN BALANCING Pore-Reducing-Toner

Skin Balancing
Pore-Reducing Toner

SKIN PERFECTING 2% BHA-Liquid

Skin Perfecting
2% BHA Liquid


RESIST Ultra-Light Super Antioxidant Serum
CLEAR-Oil-Free-Moisturizer
CLEAR Oil Free
Moisturizer
CLEAR-Ultra-light-Hydrating-Fluid-SPF30
CLEAR Ultra-Light
Hydrating Fluid SPF 30

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *