whitening

ไวท์เทนนิ่ง(WHITENING)ตัวไหนใช้แล้วเวิร์ค

ว่ากันด้วยเรื่องขาว ใส…ใครๆ ก็อยากมีผิวขาว กระจ่างใสกันทั้งนั้น จึงไม่แปลกที่ผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งในบ้านเราจะขายดี และมีให้เลือกมากมาย..แต่..เราจะรู้ได้อย่่างไรว่าส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง(Whitening)แบบไหนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ..มาดูกัน…

1. Alpha Hydroxy Acid (AHA)
          AHA เป็นกรดผลไม้ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวและกระตุ้นการเกิดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น และยังช่วยลดเลือนริ้วรอย (anti-aging) อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การใช้ AHA ในครีมควรมีความเข้มข้นไม่เกิน 5-10% ไม่อย่างนั้นอาจเกิดผลข้างเคียงได้ หากสงสัยว่ามีอาการแพ้หรือระคายเคือง ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ทันทีค่ะ

2. Beta Hydroxy Acid (Salicylic acid)
          Salicylic Acid ควรมีความเข้มข้นไม่เกิน 2% เนื่องจากความเข้มข้นสูงจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงซึ่งเป็นอันตรายได้ ส่วนใหญ่พบในเครื่องสำอางกลุ่มรักษาสิวค่ะ เพราะนอกจากจะช่วยผลัดเซลล์ผิวแล้ว ยังช่วยลดการอุดตันของสิวได้ดีอีกด้วย

3. Ascorbic acid หรือ Vitamin C
          วิตามินซีช่วยลดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น จึงช่วยในเรื่องความกระจ่างใส การเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินซีควรอยู่ในรูป Ascorbyl Palmitate หรือ Magnesium-L-Ascorbyl-2-Phosphate (MAP) มีความเข้มข้นตั้งแต่ 4-20% ซึ่งคุณหมอแนะนำให้เริ่มใช้จากความเข้มข้นต่ำแล้วค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นขึ้น และควรใช่ร่วมกับผลิตภัณฑ์กันแดดค่ะ

4. Retinol และ Retinaldehyde
          เรตินอลหรือวิตามินเอมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินและช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ทำให้ผิวขาวขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยลดเลือนริ้วรอยและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่อีกด้วย โดยความเข้มข้นที่เหมาะสมคือ 0.04-0.07%  ทั้งนี้ ควรเริ่มจากการใช้วิตามินเอที่มีความเข้มข้นต่ำก่อน แล้วค่อยปรับความเข้มข้นขึ้น และไม่ควรใช้ในขณะตั้งครรภ์ค่ะ

5. Arbutin
          อาร์บูตินที่สกัดจากพืช เช่น Bearberry นั้นมีคุณสมบัติช่วยยับยั้งเอนไซม์ในการสร้างเม็ดสี มีประสิทธิภาพในการรักษาฝ้า Arbutin ที่ใช้ในปัจจุบันมี 2 ชนิดค่ะ ได้แก่ Alpha-Arbutin ควรใช้ความเข้มข้นสูงกว่า 2% และ Beta-arbutin  ควรใช้ความเข้มข้นสูงกว่า 7% ค่ะ

6. Licorice
          licorice หรือ สารสกัดจากชะเอมเทศ มีคุณสมบัติทำให้การสร้างเม็ดสีลดลง ช่วยให้สีผิวขาวขึ้น ช่วยลดจุดด่างดำและฝ้าได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยลดการอักเสบ และการระคายเคืองผิวอันเกิดจากแสง UVB ได้อีกด้วยค่ะ

7. Kojic acid
          Kojic acid มีคุณสมบัติในการยับยั้งการสร้างเม็ดสีและยังช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ โดยสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยในระดับความเข้มข้นที่ต่ำกว่า 1% ค่ะ ส่วนเรื่องการรักษาฝ้านั้น แม้จะสู้ Arbutin ไม่ได้ แต่คุณหมอก็พบว่า คนไข้บางรายกลับตอบสนองต่อ Kojic acid ได้ดีกว่าค่ะ

8. Azelaic acid
          ความเข้มข้นของ Azelaic acid ที่คุณหมอแนะนำนั้นอยู่ที่ 20% ค่ะ ซึ่งเป็นความเข้มข้นที่สามารถรักษาฝ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่น่าเสียดายที่เราไม่ค่อย พบการใช้สารตัวนี้ในเครื่องสำอางมากนัก

อย่างไรก็ตาม การเลือกไวท์เทนนิ่ง (Whitening)  มีข้อควรคำนึงอยู่ 2 ประการ คือ 1. ข้อมูลที่แจ้งสรรพคุณนั้นเชื่อถือได้หรือไม่ 2. สารหรือยาที่ใหม่มากๆ มักจะไม่มีการศึกษา ผลเสียในระยะยาว (ไม่แน่ว่า อีก 10 ปีอาจมีผลข้างเคียงตามมาก็ได้) คุณหมอย้ำอยู่เสมอว่า “ไม่มีครีม หรือเครื่องสำอางใดๆ จะเปลี่ยนสีผิวธรรมชาติให้กลายเป็นอีกสีได้” สิ่งสำคัญคือการดูแลสุขภาพผิวในระยะยาวค่ะ นอกจากการทาครีมทั่วไปแล้ว ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้ผิวคล้ำเสียด้วยนะคะ

Cr.ข้อมูลจากhertitude.com

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *