brown-spot

ลดรอยดำ รอยแดง..จากสิวอย่างไร?

รอยดำรอยแดง ปัญหาผิวกวนใจอันดับต้นๆ ของสาวๆ ผู้มีปัญหาเรื่องสิว โดยรอยดำรอยแดง ภาษาทางการแพทย์ เราเรียกว่า Post inflammatory Hyperpigmentation คือ ภาวะเซลล์เม็ดสีที่เข้มขึ้นหลังจากการเกิดการบาดเจ็บของผิวหนัง เช่น รอยที่แผลหลังจากเกิดสิวอักเสบ รอยแผลหลังถูกความร้อนร่วมกับมีอาการผิวไหม้ หรือรอยแผลหลังเกิดการติดเชื้อของผิวหนัง เป็นต้น

โดยการอักเสบต่างๆ จากสาเหตุดังกล่าว ทำให้ผิวหนังชั้นบนถูกทำลาย แล้วจากนั้นกระบวนการสร้างซ่อมแซมของผิวหนังจะกระตุ้นเซลล์เม็ดสีให้ทำงานมากขึ้น เมื่อเม็ดสีสะสมมากขึ้นก็จะทำให้ผิวบริเวณนั้นมีสีเข้มขึ้น ปรากฏเป็นรอยแผลสีคล้ำ ซึ่งอาจเห็นเป็นรอยแดง น้ำตาล หรือม่วงคล้ำ และหากมีเม็ดมีสะสมมากๆ ก็จะเกิดเป็นรอยดำนั่นเอง

ทั้งรอยดำรอยแดงคือรอยที่ถูกทิ้งไว้หลังการอักเสบของผิวหนัง และรอยดังกล่าวสามารถเกิดได้ทุกบริเวณของร่างกาย แต่ในผู้ที่มีผิวคล้ำมีโอกาสที่จะเกิดเป็นรอยดำมากกว่า เนื่องจากมีเซลล์เม็ดสีผิวมากกว่า และรอยดำก็จะคงอยู่นานกว่าด้วย โดยจะต้องใช้เวลาในการรักษาให้จางหายนานถึง 18เดือน ส่วนในผู้ที่มีผิวขาวรอยที่เกิดขึ้นส่วนมากจะเป็นรอยแดง ซึ่งสามารถจางหายได้ง่ายกว่ารอยดำ แต่ถ้าหากไม่รีบรักษาอย่าถูกวิธี  รอยแดงก็สามารถกลายเป็นรอยดำได้เช่นกัน

วิธีลดรอยดำรอยแดงคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ในช่วงรักษารอยดำรอยแดง ควรใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนประกอบของวิตามินซี (Vitamin C), อาร์บูติน (Arbutin), โกจิก เอซิด (Gojic Acid), ไนอาซินาไมด์ (Niacinamide) เพื่อให้รอยดำจางลง แต่ในรายที่มีปัญหามาก ใช้ครีมตามท้องตลาดไม่หาย แนะนำให้มาพบแพทย์เพื่อรับยาลดรอยดำที่เห็นผลกว่า แต่ก็ต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เช่น ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone), เรติโนอิน (Retinoin) เป็นต้น

นอกจากนี้จะต้องทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ เพราะรังสี UV ในแสงแดดจะกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดสี หากไม่ทาครีมกันแดดรอยดำรอยแดงก็จะยิ่งเข้มขึ้น หรือพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษาด้วยการผลัดเซลล์ หรือทำเลเซอร์ IPL เพื่อให้รอยดำรอยแดงหายเร็วยิ่งขึ้น และไม่กลายเป็นรอยแผลเป็นชนิดอื่น แต่ถ้าไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายแพงในการมาทำเลเซอร์ก็ควรรีบดูแลรักษาให้หายตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะรอยที่เกิดขึ้นใหม่รักษาให้จางได้ง่ายกว่า

ป้องกันการเกิดรอยดำรอยแดง

การรักษารอยดำรอยแดงที่ดีที่สุดคือ การป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น เมื่อเรารู้แล้วว่ารอยดังกล่าวเกิดจากการอักเสบของผิวหนัง เราก็ต้องดูแลผิวอย่างถูกต้องก่อนการอักเสบจะเกิด เช่น ถ้าหากเป็นสิวก็ควรทายาอย่างมีวินัย ไม่บีบหรือแกะสิวด้วยตัวเองเพราะจะยิ่งกระตุ้นในเกิดการอักเสบมากขึ้น หรือถ้าหากเป็นแผลชนิดอื่นๆ ควรดูแลรักษาความสะอาดให้ดี อย่าให้แผลเกิดการติดเชื้อและเกิดการอักเสบตามมา เป็นต้น

Cr.ข้อมูลจากเว็บ goodlifeupdate.com

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *