น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) ดีอย่างไร?

น้ำมันหอมระเหย (Essential oil) คือน้ำมันที่เป็นผลจากการสกัดมาจากพืชสมุนไพร ดอกไม้ ผลไม้นานาชนิด อาจสกัดมาจาก ดอก ใบ ผล ก้าน เปลือก ส่วนไหนของพืชก็ได้ วิธีที่นิยมคือการสกัดโดยใช้วิธีการกลั่นด้วยไอน้ำ และการใช้สารเคมีเป็นตัวช่วยกลั่นแยกสารที่เป็นน้ำมันหอมระเหยที่แท้จริงออกมา เป็นสารสกัดที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวของพืชนั้นๆ มักนิยมใช้ในการดูแลสุขภาพและสกินแคร์ แต่ก็มีข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาดังนี้:

ข้อดีของ Essential Oil:

  1. การใช้ในการผ่อนคลายและลดความเครียด: น้ำมันหอมระเหยหลายชนิดมีสมบัติที่ช่วยในการผ่อนคลายจิตใจและร่างกาย เช่น คาโมมายด์, ลาเวนเดอร์ ฯลฯ
  2. คุณสมบัติฆ่าเชื้อโรค: บางน้ำมันหอมระเหยมีสมบัติทางฆ่าเชื้อโรค เช่น ออริกาโน่, เปปเปอร์มิ้นท์, ยูคาลิปตัส ฯลฯ สามารถช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ที่เป็นสาเหตุของโรคต่างๆ
  3. การใช้เพื่อความสวยงามและสุขภาพผิว: น้ำมันหอมระเหยบางชนิดเป็นส่วนผสมที่นิยมในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เช่น โรสแมรี่, ทรีที (Tea Tree Oil)

ข้อเสียของ Essential Oil:

  1. การเกิดปฏิกิริยาแพ้: บางครั้งการใช้น้ำมันหอมระเหยอาจทำให้ผิวแพ้แสบหรือเกิดปฏิกิริยาแพ้กับสารสกัดที่อยู่ในน้ำมัน
  2. ความเข้มข้น: น้ำมันหอมระเหยเป็นสารที่มีความเข้มข้นมาก การใช้โดยตรงบนผิวหนังโดยไม่ผสมกับสารอื่นๆ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือเผ็ดร้อนบนผิว
  3. ความเสี่ยงของสารกัดกร่อน: บางน้ำมันหอมระเหยมีความเป็นกรดสูงที่อาจทำให้เกิดการกัดกร่อนบนผิวหนัง เช่น น้ำมันหอมระเหยจากส้ม, มะนาว

การใช้น้ำมันหอมระเหยควรพิจารณาอย่างรอบคอบ และทดลองการใช้ในพื้นที่เล็กน้อยก่อนการนำมาใช้ทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาหรืออาการแพ้บนผิวหนังของคุณ.

กระบวนการการทำงานของน้ำมันหอมระเหย

น้ำมันหอมระเหยสารมารถออกฤทธิ์ผ่านการซึมเข้าผิวหนัง ผ่านเข้าไปทำปฎิกิริยาทางเคมีกับฮอร์โมน หรือเอนไซม์ต่างๆ ในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการความรู้สึกนึกคิด ออกฤทธิ์ผ่านการสูดดมไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเคมีออกมา เช่น น้ำมันหอมระเหยกลิ่นแคลรีเซจ และกลิ่นเกรพฟรุต จะช่วยกระตุ้นให้สมองหลั่งสารสื่อประสาทกลุ่มเรียกว่า Enkephalins, Serotonin, Endorphins ออกมาช่วยลดความเจ็บปวดได้ ช่วยให้ผ่อนคลาย และสงบลงได้

เนื้อหาบางส่วน: เอกสารอ้างอิง
นันท์ชนก เปียแก้ว และคณะ (2558) ผลของการสูดดมน้ำมันลาเวนเดอร์ที่มีต่อการลดความเครียด และคลื่นสมองของหญิงวัยรุ่น, วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ;16(2)
-ลลิตา วีระเสถียร (2541) การบำบัดด้วยความหอม. ศรีนครินทรวิโรฒเภสัชสาร, 2541;13(1):52-57

Similar Posts

  • กันแดดแบบไหนที่ใช่..สำหรับคุณ

    ฤดูร้อนมักเป็นฤดูโปรดของใครหลายคน เพราะชวนให้นึกถึงช่วงเวลาแห่งความสุข เช่น การไปเที่ยวทะเล พักผ่อนริมสระน้ำ หรือปิกนิกกับคนที่เรารัก — เป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติสวยงาม แดดออกนาน อากาศอบอุ่น และเหมาะที่สุดสำหรับการใช้ชีวิตกลางแจ้ง แม้ฤดูร้อนจะเต็มไปด้วยความสนุก แต่สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ การปกป้องผิวจากรังสี UV ของแสงแดด รังสี UVA และ UVB สามารถทำร้ายผิวได้ ดังนั้นควรเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับกิจกรรมที่คุณจะทำ เพื่อให้ได้การปกป้องที่ดีที่สุด ครีมกันแดดมีอยู่ 2 ประเภทหลักๆ: ครีมกันแดดชนิด Traditional (สารกันแดดสังเคราะห์): ดูดซับรังสี UV แล้วแปลงเป็นความร้อน ก่อนปล่อยออกจากผิว ครีมกันแดดชนิด Physical (Mineral Zinc): ใช้แร่ธาตุอย่าง Zinc Oxide ที่ช่วยสะท้อนรังสี UV ออกไปจากผิว (ทำหน้าที่เหมือนเกราะป้องกัน) ครีมกันแดดประเภทนี้ทำงานเหมือนเกราะป้องกันผิว โดยจะเคลือบอยู่บนผิวหนัง และสะท้อนรังสีของแสงแดดออกไป สารกันแดดที่พบบ่อยที่สุดคือ Zinc Oxide ซึ่งเป็นแร่ธาตุธรรมชาติที่ใช้เป็นเกราะป้องกันแสงแดด ครีมกันแดดแบบแร่ธาตุให้การปกป้องแบบ Broad Spectrum (ทั้ง…

  • ฟื้นฟูผิวหมองคล้ำ

    หน้าหมองคล้ำอาจเป็นปัญหากวนใจที่มักเกิดขึ้นหลังผิวหน้าเผชิญกับสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ เช่น แสงแดด หรืออากาศหนาว หรืออาจเกิดจากปัจจัยอื่นในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบางชนิด การสูบบุหรี่ หรือความเครียด อย่างไรก็ตาม การดูแลผิวหน้าอย่างเหมาะสมสม่ำเสมอ หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ทางการแพทย์ในปัจจุบันอาจช่วยแก้ไขปัญหาหน้าหมองคล้ำให้ผิวหน้ากลับมาขาวใสได้อีกครั้ง สาเหตุหลักของหน้าหมองคล้ำ แสงแดด แม้การรับแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าช่วยให้ผิวหนังผลิตวิตามินดีซึ่งจำเป็นต่อพัฒนาการของกระดูกและสุขภาพของผิวหนัง แต่การรับแสงแดดที่ร้อนจ้าหรือถูกแดดเป็นเวลานานเกินไป อาจทำให้เกิดอันตรายต่อผิวได้ นอกจากทำให้หน้าหมองคล้ำ ผิวหยาบกร้าน มีจุดด่างดำ รังสียูวีจากแดดจะทำลายเส้นใยในผิวหนังหรืออีลาสติน (Elastin) ทำให้ผิวหนังเริ่มหย่อนคล้อย เหี่ยวย่น เป็นริ้วรอย ขาดความกระชับตึง ดังนั้น การรักษาผิวให้กลับไปดีดังเดิมจึงเป็นไปได้ยาก และอาจเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังจากรังสียูวีได้ด้วยเช่นกัน   สภาพอากาศ อากาศที่หนาวเย็นจะดูดซับความชุ่มชื้นไปจากผิว ทำให้ผิวแห้งและแตกเป็นขุย ส่งผลให้หน้าหมองคล้ำได้ แม้ไม่ได้อยู่ในสภาพอากาศเย็นจัด แต่การอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน ก็อาจทำให้ผิวแห้งได้ เนื่องจากอากาศภายในห้องมีความชื้นต่ำ โดยสภาพผิวที่แห้งมาก ๆ อาจทำให้เกิดปัญหาผิวอื่น ๆ ตามมาได้ด้วย เช่น ผิวแตก ผิวลอก มีผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ เป็นต้น ความเครียด อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวหน้าดูหมองคล้ำ ผิวแห้ง และอาจทำให้เกิดสิวได้อีกด้วย เนื่องจากเมื่อเผชิญความเครียดร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล…

  • สะเดา: สมุนไพร “มหัศจรรย์” เพื่อผิวพรรณสดใสและช่องปากสุขภาพดี

    สะเดา (Neem) หรือที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Azadirachta indica ได้รับการขนานนามว่าเป็น “คลังยาแห่งหมู่บ้าน” และ “พืชที่รักษาได้ทุกโรค” มาอย่างยาวนาน ด้วยสารสำคัญอย่าง Azadirachtin, Nimbin และ Nimbidin ทำให้พืชชนิดนี้มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และไวรัสได้อย่างทรงพลัง 1. มหัศจรรย์แห่งการดูแลผิวพรรณ สะเดามีบทบาทสำคัญในการรักษาและฟื้นฟูผิวหนังจากอาการต่างๆ ดังนี้: 2. สุขภาพช่องปากที่แข็งแรงด้วยพลังธรรมชาติ กิ่งและเปลือกสะเดาถูกใช้เป็น “แปรงสีฟันธรรมชาติ” มานับศตวรรษ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นดังนี้: ⚠️ ข้อควรระวังที่สำคัญ แม้จะมีประโยชน์มาก แต่สะเดาก็มีข้อจำกัดที่ต้องระวัง:

  • ประโยชน์ของไนอะซินาไมด์

    ไนอะซินาไมด์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ วิตามิน B3 เป็นสารต้านการอักเสบที่นิยมนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นหลัก เพื่อช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสและสีผิวสม่ำเสมอ ส่วนผสมที่เชื่อถือได้นี้ยังช่วยเสริมเกราะปกป้องผิว และลดผลกระทบจากความเครียดในแต่ละวัน เช่น มลภาวะ รังสี UV และสารพิษในชีวิตประจำวัน พร้อมช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้นเมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง สำหรับผิวแห้ง ไนอะซินาไมด์ยังช่วยเติมความชุ่มชื้นที่จำเป็น ด้วยการกระตุ้นการสร้างเซราไมด์ (Ceramides) ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นในผิวประโยชน์อื่น ๆ ของไนอะซินาไมด์ (ที่ไม่ได้มีแค่เท่านี้) ได้แก่: แล้วเราควรใช้ไนอะซินาไมด์อย่างไร? ต่างจากสารในกลุ่มกรดตัวอื่นๆ ไนอะซินาไมด์เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ จึงเหมาะกับทุกสภาพผิวและสามารถใช้ได้กับเกือบทุกกิจวัตรการดูแลผิว โดยทั่วไปจะถือว่าเป็นสารออกฤทธิ์ที่อ่อนโยน เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาผลลัพธ์เฉพาะทางโดยไม่ต้องเสี่ยงกับการระคายเคืองเหมือนที่อาจเกิดจากกรดที่รุนแรงกว่า ไนอะซินาไมด์ยังเข้ากันได้ดีกับเซรั่มหรือครีมประเภทอื่นๆ เช่น เรตินอล, กรดไฮยาลูโรนิก, วิตามินซี และ AHA ดังนั้นไม่ต้องกลัวที่จะลองใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ จากผลการวิจัยพบว่า ไนอะซินาไมด์สามารถช่วยลดความลึกของริ้วรอยได้ ดังนั้นเซรั่มสูตรนี้จึงอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการผิวเปล่งปลั่ง สดใส และอ่อนเยาว์ เพียงหยดเซรั่ม 2-3 หยดลงบนผิวที่สะอาด แล้วนวดเบา ๆ จนซึมเข้าสู่ผิว สูตรเซรั่มเนื้อน้ำนมนี้ควรใช้ก่อนเซรั่มที่มีน้ำมันเป็นหลัก และก่อนลงมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการดูดซึมเช่นเดียวกับหลายสิ่งในชีวิต กุญแจสู่ความสำเร็จคือ “ความสม่ำเสมอ”ประโยชน์ของไนอะซินาไมด์ไม่ได้เห็นผลทันที และการเปลี่ยนแปลงของผิวมักจะเริ่มสังเกตได้หลังจากใช้ต่อเนื่องเป็นเวลา…

  • “สกินนิมัลลิซึม” (Skinimalism)

    ใครกันจะไม่อยากประหยัดทั้งเวลา เงิน และพลังงาน? การลงทุนในการดูแลผิวเป็นประจำที่เรียบง่าย ไม่มีขั้นตอนซับซ้อน แต่ยังให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ คือเหตุผลว่าทำไมคำว่า “สกินนิมัลลิซึม” (Skinimalism) ถึงได้รับความนิยมมากขึ้นในโลกของสกินแคร์และความงาม แนวคิดแบบ ผิวมาก่อน (skin-first) ของ Natio ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ความงามจากธรรมชาติของออสเตรเลีย มุ่งเน้นการคัดสรรส่วนผสมจากธรรมชาติที่ช่วยปลอบประโลม บำรุง และปกป้องผิวของคุณ หัวใจของ Skinimalism คือการ ลดขั้นตอนนการดูแลผิวประจำวันให้น้อยลงแต่ได้ผลมากขึ้นถ้านี่คือสิ่งที่คุณกำลังมองหา มาติดตามไปพร้อมกันว่าข้อดีของ Skinimalism คืออะไร และสารสกัดจากพืชธรรมชาติแบบไหนที่เหมาะกับการดูแลผิวให้สุขภาพดี สกินนิมัลลิซึมคืออะไร? Skinimalism คือแนวทางดูแลผิวแบบมินิมอล ที่เน้นความเรียบง่าย ใช้ผลิตภัณฑ์น้อยชิ้นแต่ตรงจุด แทนที่จะใช้สกินแคร์ถึง 12 ขั้นตอนแบบเดิมๆ แนวคิดนี้สนับสนุนให้คุณเลือกใช้เพียงไม่กี่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผิวของคุณจริงๆ เพื่อให้ผิวได้พักจากการรับสารต่างๆ ที่บางครั้งอาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ข้อดีของ Skinimalism✅ อ่อนโยนต่อผิวมากขึ้นเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์น้อยลง ผิวก็จะสัมผัสกับสารเคมีน้อยลง ลดโอกาสเกิดการระคายเคืองหรืออักเสบ โดยเฉพาะกับผู้ที่มีผิวบอบบางหรือเป็นสิวง่าย ✅ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมใช้ของน้อยลงก็หมายถึงลดการใช้บรรจุภัณฑ์ และลดปริมาณขยะ ซึ่งส่งผลดีต่อโลกใบนี้ ✅ ประหยัดมากขึ้นเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์น้อยลง คุณก็ใช้จ่ายน้อยลงด้วยที่ Natio เราเชื่อในการดูแลตนเองด้วยความรัก ทั้งด้านจิตใจ จิตวิญญาณ…

  • เปล่งประกายผิวสวยด้วยน้ำมันโรสฮิป

    Glow up with Rosehip Oil– เพื่อผิวที่นุ่ม ชุ่มชื้น และดูมีออร่าธรรมชาติ ผิวสวยเปล่งปลั่งด้วยน้ำมันโรสฮิป – สมบัติจากธรรมชาติเพื่อผิวสุขภาพดี น้ำมันโรสฮิปสกัดเย็นจากเมล็ดของดอกกุหลาบป่า (ไม่ใช่จากกลีบดอก) ซึ่งส่วนใหญ่พบในเทือกเขาแอนดีส และบางพื้นที่ในแอฟริกาและยุโรป น้ำมันนี้อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อผิว จึงกลายเป็นหนึ่งในส่วนผสมโปรดของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจาก Natio ที่ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นและดูมีชีวิตชีวา เพราะเหตุผลดีๆ แบบนี้: 🌟 วิตามินรวมเพื่อผิวสวย น้ำมันโรสฮิปมีทั้งวิตามิน A, C และ E ซึ่งล้วนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากมลภาวะ แสงแดด และปัจจัยทำร้ายผิวต่างๆ จากสิ่งแวดล้อม พร้อมลดการเกิดอนุมูลอิสระที่เร่งให้ผิวแก่เร็ว 💧 เติมความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก นอกจากวิตามิน E แล้ว น้ำมันโรสฮิปยังมีกรดไขมันจำเป็นโอเมก้า 3 และ 6 ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาเกราะป้องกันผิว ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ยาวนาน ลดปัญหาผิวแห้งลอก ผิวจึงรู้สึกนุ่ม สบาย และดูอิ่มน้ำอยู่เสมอ ผลลัพธ์ที่คุณสัมผัสได้: ผิวสงบ นุ่ม ชุ่มชื้น ดูสุขภาพดี และเปล่งปลั่งแบบธรรมชาติ…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *